88TH ส่ง LYO My Color ลงสนาม หวังรายได้เข้า Q2/69 ลุยตลาดจีน ดันยอดครึ่งปีหลังฟื้น

รูป 88TH ส่ง LYO My Color ลงสนาม หวังรายได้เข้า Q2/69 ลุยตลาดจีน ดันยอดครึ่งปีหลังฟื้น

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 13:18 น.

88TH เดินหน้า 3 กลยุทธ์รุกขยายแบรนด์ LYO สู่ตลาดจีน พร้อมตั้งบริษัทย่อยลุยตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยง หวังสร้าง New S-Curve เสริมทัพรายได้ใหม่ ดึง “นุนิว” นั่งพรีเซนเตอร์ LYO My Color พร้อมเจาะช่องทาง Social Commerce เพื่อขยายฐานลูกค้า มั่นใจยอดขายไตรมาส 2/69 ฉลุย ด้านไตรมาส 1/69 มีกำไร 21.90 ล้านบาท ลดลงในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนในเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต ส่วนรายได้ 164.61 ล้านบาท ลดลง 2.59% พร้อมประกาศย้ำทิศทางครึ่งปีหลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

นายชนพัฒน์ ขาวอุบล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชี และ การเงิน บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ 88TH เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แผนการขับเคลื่อน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การมุ่งเน้นพัฒนาและขยายสายผลิตภัณฑ์แบรนด์ “LYO” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง 2.การขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนและฮ่องกง ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจไปช่วงก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งนี้ยังศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นเพิ่มเติม และ 3.การขยายธุรกิจผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ภายใต้บริษัทย่อย “บริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด” ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตและการวิจัยพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ในตลาดที่มีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกผ่านการใช้เครื่องมือทางการตลาด อาทิ การทำการตลาด ผ่าน Influencer : โดยให้ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Influencer ขนาดใหญ่และกลุ่มเฉพาะทาง เพื่อเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย การขับเคลื่อนยอดขายผ่าน Social Commerce และ Live Commerce ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของช่องทางหลัก การเลือก Brand Presenter ที่สะท้อนภาพลักษณ์แบรนด์และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน เช่น “คุณนุนิว” สำหรับผลิตภัณฑ์ LYO My Color และการใช้สื่อโฆษณาภายนอกอาคาร (Out-of-Home Media) ในจุดยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 164.61 ล้านบาท ชะลอตัวลงเล็กน้อยคิดเป็น 2.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน (YoY) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถปรับตัวกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่มีความท้าทายได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มลดผมขาดร่วง (LYO Anti-Hair Loss) มีรายได้ในไตรมาส 1/2569 ที่ระดับ 54.95 ล้านบาท เติบโตขึ้น 14.93% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

อีกทั้ง ยังเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ LYO My Color จำนวน 6.46 ล้านบาทหลังจากเปิดจำหนายในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ส่งผลให้มั่นใจว่า LYO My Color จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนการเติบโตให้กับบริษัทฯ

“การจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่าย(Agent) มีการปรับลดลงตามปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม แต่บริษัทฯ ได้ปรับช่องทางในการขายเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยสามารถสร้างการเติบโตผ่านช่องทาง Online ซึ่งส่งผลให้รายได้เติบโตสูงถึง 35.01% และ ที่สำคัญธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) เติบโตถึง 696.39% สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อมาตรฐานการผลิตของบริษัทฯ”

ในขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 21.90 ล้านบาท ลดลง 31.22% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ มีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในการทำกิจกรรมการตลาด เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทฯ ที่ทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 1 เป็นต้นไป และ ค่าใช้จ่ายในการขออนุญาต และ จดทะเบียนของบริษัทย่อยใหม่ เพื่อต่อยอดสู่การเติบโตในอนาคต และ คาดว่าจะทยอยรับรู้เป็นรายได้จากแผนขยายการลงทุนดังกล่าวเข้ามาในครึ่งหลังของปี 2569


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

กรณัช พลอยสวาท

กรณัช พลอยสวาท

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย