หยวนแข็งค่าต่อเนื่องในปีนี้กำลังกดดันผู้ส่งออกจีนหลายรายให้เผชิญขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะบริษัทที่รับคำสั่งซื้อเป็นดอลลาร์แต่ต้องแปลงกลับเป็นหยวนในช่วงที่เงินจีนแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ส่งออกบางรายเร่งขายดอลลาร์เป็นหยวนเมื่ออัตรา USD/CNY เข้าใกล้ระดับ 6.9 ขณะที่บางบริษัทประสบปัญหากำไรหดจากการรับเงินล่าช้ากว่าอัตราที่ตกลงขายไว้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันต่อภาคส่งออกจีนในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่จักรยาน อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องปรับการบริหารความเสี่ยงด้าน FX อย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน การที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังสูงกว่าจีนทำให้การล็อกอัตราล่วงหน้าไม่น่าดึงดูดเท่าเดิม และเพิ่มความซับซ้อนให้กับผู้ส่งออกที่มีทรัพยากรจำกัด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ผู้ส่งออกจีนบางรายขาดทุนจากคำสั่งซื้อเมื่อหยวนแข็งค่าเร็วในช่วงต้นปี
- อัตรา USD/CNY ซื้อขายที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023
- ผู้ส่งออกบางรายเลือกแปลงดอลลาร์เป็นหยวนเมื่ออัตราเข้าใกล้ 6.9
- ตลาดจับตาว่าหยวนอาจแข็งต่อถึงราว 6.7 ในปีนี้
ผู้ส่งออกจีนรับแรงกดดันจากต้นทุนแลกเปลี่ยน
ในงาน Canton Fair ที่เมืองกวางโจว ผู้ส่งออกจีนจำนวนหนึ่งเปิดเผยว่าการแข็งค่าของหยวนสร้างผลกระทบต่อรายได้ทันที บริษัทของโกลเรีย ยู ซึ่งส่งออกจักรยานและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปยุโรปและแอฟริกา เผชิญภาวะที่ต้นทุนแลกเปลี่ยนไม่สอดคล้องกับราคาขายที่ตกลงไว้ก่อนหน้า โดยยูยอมรับคำสั่งซื้อที่ 7.0 หยวนต่อดอลลาร์ แต่ได้เงินเข้ามาเมื่ออัตราอยู่ที่ 6.83 ซึ่งทำให้รายได้ที่แปลงกลับเป็นหยวนลดลง
ลอว์ ผู้จัดการฝ่ายขายจากมณฑลเจียงซูซึ่งทำธุรกิจส่งออกอุปกรณ์ทำความเย็นและท่อทองแดง ระบุว่า “ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ลอยตัวราว 6.83 เราจะเลือกแปลงดอลลาร์เป็นหยวนทันทีเมื่ออัตราเข้าใกล้ 6.9” เขายังกล่าวอีกว่า “หากหยวนยังคงแข็งค่าต่อไป ค่าบอกราคาเป็นสกุลเงินดอลลาร์ของเราจะสูงขึ้น”
คำกล่าวนี้สะท้อนว่าผู้ส่งออกจำเป็นต้องตัดสินใจเร็วขึ้นเมื่อตลาด FX เปลี่ยนทิศ เพราะความต่างเพียงไม่กี่จุดทศนิยมอาจกระทบมาร์จิ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงมากพอ
ทำไมการแข็งค่าของหยวนจึงกระทบมากขึ้น
แรงกดดันต่อผู้ส่งออกไม่ได้มาจากการเคลื่อนไหวของหยวนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากโครงสร้างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและจีนที่ทำให้จุดบวกฟอร์เวิร์ดของดอลลาร์-หยวนเป็นลบต่อเนื่องมาแล้ว 3 ปี ส่งผลให้การล็อกอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าไม่น่าดึงดูดเท่าที่ควร ผู้ส่งออกจึงมักเลือกวิธีแปลงเงินสดทันทีมากกว่าการรอจังหวะ
สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้
ผู้ลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามทิศทาง USD/CNY ว่าจะอ่อนลงต่อหรือไม่ หลังแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 รวมถึงการตอบสนองของธนาคารกลางจีนต่อความแข็งค่าของหยวน ซึ่งต้องสร้างสมดุลระหว่างการพยุงผู้ส่งออกกับการปล่อยให้สกุลเงินสะท้อนปัจจัยตลาดมากขึ้น
ตลอดปีนี้ ผู้ส่งออกบางรายคาดว่าหยวนอาจแข็งถึงราว 6.7 ขณะที่ช่วงก่อนหน้าเงินหยวนปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 7 เดือน จนถึงเดือนก.พ. ก่อนเผชิญความผันผวนในเดือนมี.ค. จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนวโน้มดังกล่าวทำให้ตลาด FX มีโอกาสผันผวนต่อเนื่อง และอาจบังคับให้ผู้ส่งออกจีนต้องปรับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงเร็วขึ้นกว่าที่คาด
ที่มา Bloomberg