ท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลงได้ยากขึ้น จากความเสี่ยงเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากต้นทุนการผลิต ตามราคาน้ำมันโลก กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังน่าสนใจ จากลดแรงกดดันต่อ NIM ระดับสำรองที่แข็งแกร่ง และอัตราปันผลสูง 6% - 8% ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส เผยบทวิเคราะห์ภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงดอกเบี้ยตามตลาดคาดที่ 3.75% และ Dot plot คาดลด ดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ส่งผลให้ Bond yield สหรัฐฯ อายุ 1 – 10 ปี ปรับขึ้น เฉลี่ยราว 8 bps DoD (2 ปีขึ้นเกือบ 10 bps มาที่ 3.8% และ 10 ปี ราว 7 bps เป็น 4.3%) • Bond yield ไทย อายุ 2 และ 10 ปีอยู่ที่ 1.22% และ 2.06% ตามลำดับ เทียบกับสิ้น ก.พ. ที่ 1.03% และ 1.71% ตามลำดับ (ดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.0%) Impact Insight • ปัจจัยดังกล่าว บ่งชี้ตลาดมองการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของหัวขบวน อย่างเฟด ทำได้ยากขึ้น ผลจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ จากระดับราคาน้ำมัน ที่เร่งตัวขึ้น ตามความขัดแย้งในตะวันออกกลาง • แม้ดอกเบี้ยนโยบายที่มีแนวโน้มลงได้ยากขึ้น ลดแรงกดดันต่อ NIM ของ ธ.พ. ใหญ่ไทย ซึ่ง 3 อันดับแรกที่มีสัดส่วนสินเชื่ออิง Floating rate สูง คือ BBL, KTB และ KBANK • ผลของวัฎจักรดอกเบี้ยที่มาจาก Cost push inflation ย่อมมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ตามมา • สินเชื่อกลุ่มธนาคาร 2 ปีที่ผ่านมาไม่เติบโต ประกอบกับ Coverage ratio เฉลี่ยกลุ่มฯ อยู่ที่ 189% เทียบสิ้นปี 2566 ที่ 183% • ในอดีตช่วงที่เศรษฐกิจมหภาคมีความเสี่ยง ทาง ธปท. จะมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ออกมา (ปรับค่าผ่อนต่องวดให้ สอดรับกับรายได้ลูกหนี้ และเปิดทางให้ ธ.พ. คงการจัดชั้นลูกหนี้ไว้ได้) • ประเมินคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่พอรับมือได้ (Sensitivity Analysis ทุก 0.1% ของ Credit cost ที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อกำไรฯ ราว 5%) มุมมองอีกด้าน • อีกด้านของวัฎจักรดอกเบี้ย คือความผันผวนของ Non – NII ใน กลุ่ม Capital market เพียงแต่โครงสร้างรายได้ ธ.พ. ใหญ่ไทยเป็น NII ราว 70% จึงให้น้ำหนักกับแรงกดดันด้าน NII ที่เบาลงมากกว่า • KKP, TISCO และ Non – Bank (KTC, MTC, SAWAD และ TIDLOR) แรงขับเคลื่อนต่อราคาหุ้นจากธีมดอกเบี้ยขาลงถูกเลื่อนออกไป • หากราคาน้ำมันยังยืนสูงต่อเนื่อง มีแนวโน้มผลักดันค่าครองชีพในระยะถัดไป โดยเฉพาะกับกลุ่มฐานราก (รากหญ้าจ่ายแพงกว่าเสมอ) ต้องคาดหวัง มาตรการลดค่าครองชีพหลังตั้งรัฐบาลช่วยประคอง • TISCO, KTC (ไม่ได้ Cover) และ KKP ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นชนชั้นกลาง รวมถึงทั้ง 3 บริษัท ให้ Div Yield 2H68 ที่ 5% - 6% จะได้เปรียบกว่ากลุ่มจำนำทะเบียนรถ เชิงกลยุทธ • แม้ ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ยังแข็งค่า (3% จากสิ้น ก.พ.) ส่งผลต่อ Fund flow แต่ Div Yield กลุ่ม ธ.พ. ยังสูงเฉลี่ย 6% - 8% ต่อปี • หาก DXY นิ่ง มองว่ายังจูงใจ คงชอบ KTB และเชิงกลยุทธ์มอง BBL, KBANK เพราะ PBV น่าสนใจ |