ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากจำเป็น พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและประกันสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการที่แข็งกร้าวอีกครั้งของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อควบคุมราคาพลังงานที่พุ่งสูง ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่กองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เจ้าของเรือและนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งยังไม่มั่นใจว่าการคุ้มกันทางทหารและการสนับสนุนมาตรการประกันภัยจาก DFC จะเพียงพอในการสกัดราคาน้ำมันที่พุ่งสูงหรือไม่ โดย DFC ซึ่งก่อตั้งในปี 2019 เป็นหน่วยงานรัฐบาลที่ทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนโครงการในประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ทรัมป์ย้ำมาโดยตลอดว่าการลดต้นทุนเชื้อเพลิงใหกับชาวอเมริกันเป็นหัวใจสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจ และมาตรการล่าสุดสะท้อนความพร้อมในการใช้ทั้งเครื่องมือทางการเงินและกำลังทหารเพื่อป้องกันการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันดิบโลก “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐฯ จะรับประกันการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรีสู่โลก” ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมระบุว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมตามมา แหล่งข่าวสองรายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลัง และคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงาน มีกำหนดเข้าพบทรัมป์ในบ่ายวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและสรุปมาตรการรับมือของรัฐบาล ที่มา Reuters 
|