สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 พ.ค. 69 7:39: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 102.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 4.11 ดอลลาร์ หรือ +4.19%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.56 ดอลลาร์ หรือ +3.42%

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ในวันอังคาร (12 พ.ค.) ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมัน เนื่องจากตลาดกังวลว่าความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการผลิตและการขนส่งน้ำมันดิบในระยะยาว ซึ่งอาจทำให้วิกฤตพลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้น

*** ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (Headline CPI) ของสหรัฐฯ เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2023 โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.7%เนื่องจากวิกฤตราคาน้ำมัน จากสงครามอิหร่านซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน แตะที่ 2.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2025 โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.6% ในเดือนมี.ค. และสูงกว่าคาดการณ์ที่ 2.7%

ทั้งนี้ ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้นถึง 17.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2022 เมื่อเทียบกับระดับ 12.5% ในเดือนมี.ค. ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้น 28.4% และน้ำมันทำความร้อนที่พุ่งสูงถึง 54.3% นอกจากนี้ เงินเฟ้อในหมวดที่พักอาศัยยังเร่งตัวขึ้นแตะ 3.3% และหมวดอาหารอยู่ที่ 2.3%

 

*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเปิดแดนลบเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนซึมซับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเม.ย. ที่สูงกว่าคาด ท่ามกลางความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ดำเนินมาเพียงเดือนเดียวนั้นอยู่ในขั้นวิกฤตหนัก หลังปฏิเสธข้อเสนอจากรัฐบาลเตหะรานเพื่อยุติความขัดแย้ง ขณะที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า ทรัมป์ไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากสภาคองเกรสเพื่อกลับมาเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง แม้ว่ารัฐบาลจะผ่านพ้นกำหนด 60 วันตามกฎหมายอำนาจสงครามที่ต้องได้รับความเห็นชอบในการใช้กำลังทหารแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาความคืบหน้าของการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งคาดว่าจะมีการหารือในประเด็นการค้าเป็นสำคัญ

  • ดัชนี Kospi ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ร่วงลง 2.15% และดัชนี Kosdaq ลดลง 0.74%
  • ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 0.52% ขณะที่ดัชนี Topix บวกสวนทาง 0.28%
  • ดัชนี ASX ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ปรับตัวลดลง 0.56%
  • ดัชนีฮั่งเส็งฟิวเจอร์ส ตลาดหุ้นฮ่องกง อยู่ที่ระดับ 26,264 จุด ต่ำกว่าระดับปิดครั้งก่อนที่ 26,347.91 จุด

*** แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตะวันตกและอิหร่านเปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านหลายครั้งโดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโต้กรณีที่ซาอุดีอาระเบียถูกโจมตีก่อนในช่วงสงครามตะวันออกกลางที่ผ่านมา ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีรายงานว่าซาอุดีอาระเบียใช้กำลังทหารโจมตีเข้าไปในดินแดนของอิหร่านโดยตรง

 

*** อัน กยู-บัค (Ahn Gyu-back) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ความร่วมมืออย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อสนับสนุนแผนคุ้มกันการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยส่งสัญญาณว่าจะเป็นการสนับสนุนในด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่การส่งกำลังทหารเข้าร่วมปฏิบัติการโดยตรง

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนในการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าความหวังในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพจะลดน้อยลง ขณะที่รัฐบาลอิหร่านยังคงเดินหน้ายกระดับการควบคุมน่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอ โดยทรัมป์กล่าวก่อนการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดครั้งสำคัญที่กรุงปักกิ่งว่า ตนเองไม่มีแผนที่จะขอให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เข้ามาช่วยคลี่คลายความขัดแย้งในครั้งนี้

*** เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศต่อไป และเตือนว่าหากตนเองถูกบีบให้พ้นจากตำแหน่งจะนำไปสู่ความวุ่นวายและไร้เสถียรภาพ โดยสตาร์เมอร์ยังคงปฏิเสธเสียงเรียกร้องจากสมาชิกพรรคที่ตำหนิว่าเขาเป็นต้นเหตุให้พรรคพ่ายแพ้อย่างยับเยินในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงล้มเหลวในการผลักดันนโยบายปฏิรูปให้เห็นผลนับตั้งแต่คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปอย่างถล่มทลายเมื่อปี 2024

 

*** โรงพยาบาล Radboudumc ในเมืองไนเมเคิน ประเทศเนเธอร์แลนด์ สั่งกักตัวเจ้าหน้าที่จำนวน 12 รายเพื่อเฝ้าระวังอาการ หลังจากมีการสัมผัสตัวอย่างเลือดและปัสสาวะของผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) โดยไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่เคร่งครัด ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ทั่วโลกกำลังเร่งสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าว ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาลระบุว่าเจ้าหน้าที่ทั้ง 12 รายจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นเวลา 6 สัปดาห์ พร้อมยืนยันว่าความเสี่ยงในการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำมาก และการดูแลผู้ป่วยรายอื่น ๆ ในโรงพยาบาลยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ

 

*** วิกฤตพลังงานในศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญที่สุดของจีนกำลังสร้างแรงกดดันต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าอย่างหนัก เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นประกอบกับต้นทุนเชื้อเพลิงนำเข้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยรัฐบาลจีนได้ออกคำสั่งให้บริษัทสาธารณูปโภคเร่งเพิ่มปริมาณสำรองถ่านหินเพื่อรับมือกับการขาดแคลนก๊าซธรรมชาติ (LNG) จากตะวันออกกลาง ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ

*** ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเผยให้เห็นว่า การขนส่งน้ำมันจากอาคารสถานีส่งออกหลักของอิหร่านตกอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งโดยสิ้นเชิงในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งการขนส่งน้ำมันบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ยังคงหยุดชะงักต่อไป จะส่งผลให้คลังเก็บน้ำมันส่วนที่เหลือของประเทศต้องแบกรับแรงกดดันอย่างหนัก โดยจากภาพถ่ายดาวเทียมระบุว่าปริมาณน้ำมันสำรองในคลังเหล่านี้ใกล้จะเต็มขีดความสามารถแล้ว

 

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คาดหวังที่จะบรรลุข้อตกลงทางเศรษฐกิจในการเยือนจีน ขณะเดียวกัน ก็ต้องเผชิญหน้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบกว่า ในขณะที่ตัวทรัมป์เองกำลังเผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ออกมาตรการคว่ำบาตรพุ่งเป้าไปที่โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทเทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมของจีนที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน ขณะที่จีนเองดูจะมีอำนาจต่อรองที่เหนือกว่าในฐานะผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านและพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเตหะราน


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย