ส่องกล้อง SCGP : โบรกฯ พร้อมใจเชียร์ `ซื้อ` หลังรุกหนักเพิ่มกําลังผลิตในเวียดนาม

รูป ส่องกล้อง SCGP : โบรกฯ พร้อมใจเชียร์ `ซื้อ` หลังรุกหนักเพิ่มกําลังผลิตในเวียดนาม

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 พ.ค. 69 14:53 น.


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 27 พ.ค.69

ชื่อโบรก

คำแนะนำ

ราคาเป้าหมาย

บล.ทรีนีตี้

ซื้อ

29.00 บาท

บล.ลิเบอเรเตอร์

Non-rated

26.19 บาท

บล.บัวหลวง

ซื้อ

25.00 บาท


สรุปปัจจัยบวก +

+ เดินหน้าลงทุนขยายกำลังการผลิต Fiber Packaging ในเวียดนามใต้ : ผ่านบริษัทร่วมทุน VKPC (SCGP ถือหุ้น 70%) ใช้งบลงทุน 604 พันล้านดองเวียดนาม (ประมาณ 748 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกล่องลูกฟูกคุณภาพสูง 26,800 ตันต่อปี (เพิ่มขึ้นราว 10%) บนพื้นที่ฐานการผลิตเดิมในนครโฮจิมินห์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลงได้ โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตและรับรู้รายได้ในเดือนกันยายน 2570 (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ ศักยภาพการเติบโตของตลาดเวียดนามแข็งแกร่ง : ดีมานด์บรรจุภัณฑ์กระดาษในเวียดนามมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 7% ต่อปี จากเศรษฐกิจที่เติบโตดีและมีเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง การขยายกำลังผลิตจึงช่วยรองรับกลุ่มลูกค้า consumer-linked ได้ดีขึ้น และเพิ่มความชัดเจนของกำไรในระยะยาว (Long-term growth visibility) (บล.ทรีนีตี้, บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ แนวโน้มผลประกอบการช่วงไตรมาส 2/26 (2Q26) ฟื้นตัว : คาดปริมาณการขายจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) โดยเฉพาะในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาว (บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ ผลการดำเนินงานของ Fajar มีทิศทางที่ดีขึ้น : คลายความกังวลหลังจากการปรับโครงสร้างภายในและปรับกลยุทธ์การขายในประเทศมากขึ้น ส่งผลให้คาดว่าจะสามารถกลับมาถึงจุดคุ้มทุนและพลิกมีกำไรได้ในไตรมาส 2/26 (2Q26) (บล.ลิเบอเรเตอร์)

+ มีอัปไซด์เพิ่มเติมในอนาคต : โอกาสเติบโตจากประมาณการกำไรปี 2569 จากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐ (บล.บัวหลวง)

สรุปปัจจัยลบ -

- ผลบวกต่อกำไรระยะสั้นยังจำกัด : เนื่องจากการขยายกำลังการผลิตใหม่ในเวียดนามเป็นโครงการเชิงกลยุทธ์ (Strategic expansion) ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนกันยายน 2570 เป็นต้นไป จึงยังไม่ส่งผลต่อกำไรในระยะอันใกล้นี้ (บล.ทรีนีตี้, บล.บัวหลวง, บล.ลิเบอเรเตอร์)

- แรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เร่งตัวขึ้น : แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/26 (2Q26) อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม คาดว่าปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนปัจจัยดังกล่าวจะช่วยลดผลกระทบลงได้บางส่วน (บล.ลิเบอเรเตอร์)

- ความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง : อาจส่งผลกระทบกดดันต่อคำสั่งซื้อของบริษัทคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 - 4% ของยอดขายรวม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3/26 (3Q26) เป็นต้นไป (บล.ลิเบอเรเตอร์)

- กลุ่มธุรกิจที่ขยายมีอัตรากำไรต่ำกว่าสินค้ามูลค่าสูง : บรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกที่ลงทุนเพิ่มนั้นมีอัตรากำไร (Margin) ที่ต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) แต่เป็นการเน้นเพื่อรองรับกำลังซื้อในประเทศที่เติบโต (บล.ลิเบอเรเตอร์)

ให้ efinAI ช่วยสรุปข่าวและสัญญาณหุ้นก่อนใคร ได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ประน้อม บาร์เคอร์

ประน้อม บาร์เคอร์

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย