สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 69 7:47: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 107.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 89 เซนต์ หรือ 0.82% ขณะที่สัญญางวดส่งมอบเดือนก.ค. ซึ่งมีการซื้อขายหนาแน่นกว่า ปิดลดลง 23 เซนต์ ปิดที่ 104.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. ปิดที่ 111.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 82 เซนต์ หรือ 0.73%

ราคาน้ำมันปิดลดลงในวันอังคาร (19 พ.ค.) หลังจากรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวว่าสหรัฐฯ และอิหร่านมีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม โดยทั้งสองฝ่ายต่างไม่ต้องการให้กลับมาใช้มาตรการทางทหารอีก โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “เราคืบหน้าไปมาก และคิดว่าอิหร่านเองก็ต้องการทำข้อตกลง

*** ตลาดหุ้นเอเชียแปซิฟิกเปิดแดนลบเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนซึมซับปัจจัย ทั้งจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันอังคารว่า อยู่ห่างจากขั้นตอนการตัดสินใจเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น ว่าจะเปิดฉากโจมตีอิหร่านหรือไม่ ก่อนถูกเกลี้ยกล่อมให้เลื่อนการโจมตีออกไปอีกสองสามวัน

  • ดัชนี Nikkei 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นลดลง 0.88% ส่วนดัชนี Topix ปรับตัวลดลง 0.75%
  • ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ลดลง 0.52% และดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นหุ้นขนาดเล็กดิ่งลง 2.15%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.5%
  • ส่วนดัชนี Hang Seng ฟิวเจอร์สของฮ่องกงอยู่ที่ระดับ 25,603 จุด ต่ำกว่าระดับปิดล่าสุดซึ่งอยู่ที่ 25,797.85 จุด

*** ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เขาเกือบจะสั่งเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันอังคารที่ผ่านมา โดยเหลือเวลาอีกเพียงชั่วโมงเดียว ก่อนจะถูกเกลี้ยกล่อมให้ยอมเลื่อนการโจมตีออกไปอีก 2-3 วัน

*** ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียเดินทางเยือนจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง รวมถึงเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการค้าและพลังงาน การเยือนของผู้นำรัสเซียเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

*** สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์การประชุมภายใต้หัวข้อ "No Money for Terror" ที่กรุงปารีส โดยได้เรียกร้องให้ผู้นำกลุ่ม G7 ร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการต่อต้านการก่อการร้ายของอิหร่าน ด้วยการ ถอนรากถอนโคนแหล่งเงินทุนที่หล่อเลี้ยงขบวนการ พร้อมทั้งเสนอแนวทางใหม่ในการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เด็ดขาดและตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

*** วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบในขั้นต้นต่อร่างมติเพื่อยุติการปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน หลังจาก บิล แคสซิดี สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรครีพับลิกันจากรัฐลุยเซียนา ตัดสินใจโหวตสวนมติพรรคเหนือความคาดหมาย ซึ่งถือเป็นการสั่นคลอนต่อความพยายามในการทำสงครามของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แม้ว่าการลงคะแนนเสียงครั้งนี้จะเป็นเพียงขั้นต่อนแรก แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า วุฒิสภามีคะแนนเสียงมากพอที่จะกดดันให้ทรัมป์ต้องถอนกำลังทหารออกจากอิหร่าน หรือต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสหากต้องการดำเนินมาตรการทางทหารเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างข้อมติว่าด้วยอำนาจการทำสงครามฉบับนี้จะผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนน 50 ต่อ 47 เสียง แต่โอกาสที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายยังคงมีน้อยมาก เนื่องจากร่างกฎหมายนี้ยังต้องผ่านการลงมติวาระสุดท้ายในวุฒิสภา รวมถึงต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ชัดที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ จะใช้สิทธิวีโต้เพื่อยับยั้งร่างกฎหมายดังกล่าว

 

*** OpenAI ประกาศเปิดตัวบริการ Guaranteed Capacity ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถันตีการเข้าถึงขีดความสามารถในการประมวลผลระยะยาวได้ โดยบริษัทระบุว่า ลูกค้าสามารถเลือกเงื่อนไขระยะการใช้งานเป็ยเวลาหนึ่งปี สองปี หรือสามปี พร้อมรับส่วนลดตามสัดส่วนของระยะเวลาดังกล่าว

*** การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้การคาดการณ์ถึงช่วงเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปเปลี่ยนแปลงไป โดยเทรดเดอร์บนแพลตฟอร์มตลาดพยากรณ์ Kalshi ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ 63% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนก.ค. 2027 และมีโอกาส 43% ที่การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นภายในปีนี้

 

*** นักวิเคราะห์เตือนแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รอบล่าสุดอาจยังไม่สิ้นสุด โดยปัจจัยจากเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูง การปรับคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ย และพฤติกรรมของนักลงทุนที่เปลี่ยนไป จะยังคงเป็นแรงกดดันให้ราคาพันธบัตรร่วงลงและหนุนให้อัตราผลตอบแทน หรือบอนด์ยีลด์ พุ่งสูงขึ้นอีกในสัปดาห์ข้างหน้า

ล่าสุดเมื่อวันอังคาร บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี ทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025 โดยมาอยู่ที่ 4.671% ขณะที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปี พุ่งแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2007 โดยซื้อขายล่าสุดที่ 5.178%

ที่ผ่านมา นักลงทุนมองว่าระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปีที่ 4.5% เป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าซื้อ แต่เมื่อตัวเลขทะลุระดับดังกล่าวไปแล้ว ตลาดจึงต้องปรับมุมมองใหม่ว่าแรงซื้อรอบใหม่จะกลับเข้ามาที่ระดับใด ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่าสถานการณ์ในขณะนี้ดูค่อนข้างแย่และแรงเทขายยังมีโอกาสดำเนินต่อไป เนื่องจากมีความซับซ้อนและมีปัจจัยทางเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องค่อนข้างมาก

*** Google เตรียมเปิดตัว Gemini 3.5 Flash ซึ่งเป็นโมเดล AI ขนาดเล็ก ที่เข้ามาเสริมทัพในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัท โดยมาพร้อมกับขีดความสามารถที่ล้ำสมัย นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประกาศเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Omni

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ Google กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อแข่งขันกับ OpenAI และ Anthropic พร้อม ๆ กับการทยอยเปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมแก่ผู้ใช้งานทั่วโลก

*** เทรดเดอร์ในตลาดออปชันประเมินว่า มูลค่าตลาดของ Nvidia อาจผันผวนสูงถึง 355,000 ล้านดอลลาร์ หลังจากบริษัทรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสแรกในวันพุธนี้ ซึ่งสถานะสัญญาออปชันดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อยักษ์ใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์รายนี้ ขณะเดียวกันก็ต้องการป้องกันความเสี่ยงเพื่อรักษาผลกำไร

ทั้งนี้ ราคาซื้อขายในตลาดออปชันของ Nvidia บ่งชี้ว่า หุ้นของบริษัทมีโอกาสเคลื่อนไหวพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงได้มากถึง 6.5% ในวันพฤหัสบดี หลังเปิดเผยผลประกอบการ

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย