27 เม.ย. 2569 11:25 น.บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : BCH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11 บาทบล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : BCH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 11 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI ระยะสั้นยังอ่อนแอ แต่ยังมีอัพไซด์ในอนาคตมุมมองเป็นกลางจากงาน Maybank Invest Thailandเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 เราได้จัดงาน Maybank Invest Thailand ร่วมกับ BCH โดยคำถามจากนักลงทุนส่วนใหญ่เน้นไปที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน แนวโน้มรายได้รวม และ upside อื่นๆในอนาคต โดยภาพรวมแล้ว เรามีมุมมองเป็นกลางและคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 11 บาท ด้วยระดับ P/E ปี 2569 ที่ 18 เท่าซึ่งมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกลุ่มอุตสาหกรรม แต่เรามองว่ากำไรของ BCH มีโอกาสที่จะเกิด upside มากที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 ที่ 4.7% ยังคงมีความน่าสนใจ และเราคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติม นอกเหนือจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลตามปกติ ซึ่งเราประเมินไว้ที่ 0.1 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1%) ผลกระทบจากตะวันออกกลางจำกัด แต่รายได้ในไทยยังอ่อนแอรายได้จากตะวันออกกลางของ BCH คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกิน 100% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากฐานที่ต่ำและการรุกตลาดกาตาร์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กาตาร์มีส่วนช่วยสร้างรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทใน 1Q69 หรือคิดเป็น 10% ของรายได้จากตะวันออกกลางทั้งหมด โดยผู้ป่วยจากตะวันออกกลางส่วนใหญ่เดินทางมาถึงก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะรุนแรงขึ้นในเดือน มี.ค. 2569 และยังคงพักรักษาตัวอยู่ ทำให้รายได้จากตะวันออกกลางแทบไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยใหม่ในเดือน มี.ค.2569 ลดลงกว่า 70-80% MoM จากระดับในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 ในส่วนของรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 1Q69 คาดว่าจะทรงตัว YoYท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ในขณะที่รายได้จากกัมพูชายังคงลดลง 70-80% YoY และยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน การปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายประกันสังคมเป็นปัจจัยบวกสำคัญBCH มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวพื้นฐานของสำนักงานประกันสังคม (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.8 พันบาทต่อหัว) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากการแต่งตั้งคณะกรรมการ สปส. ชุดใหม่ในเดือน ส.ค. 2569 และอาจมีการปรับปรุงอัตราค่ารักษาสำหรับกลุ่มที่มีความรุนแรงของโรคสูง (RW> 2) ตามมาในปี 2570 สำหรับการไหลเข้าของผู้ป่วยคูเวตนั้น คาดว่าจะกลับมาอีกครั้งหลังจากความขัดแย้งสิ้นสุดลง โดยน่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสาคัญตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ก่อนเกิดความขัดแย้ง เคยมีเคสผู้ป่วยคูเวตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลถูกส่งตัวมายัง BCH ซึ่งบ่งชี้ว่า BCH เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่รัฐบาลคูเวตเลือกใช้บริการ กำไร 1Q69 ยังอ่อนแอ ปรับลดประมาณการปี 69-71 ลง 8-13%เราคาดว่ากำไรหลักใน 1Q69 จะอยู่ที่ 306 ล้านบาท (-7% YoY, +22% QoQ) โดยมีกำหนดประกาศผลวันที่ 15 พ.ค. 69 การลดลง YoY มาจากรายได้ที่เติบโตเพียง 1% และค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น เราได้ปรับลดประมาณการกำไรหลักในช่วงปี 69-71 ลง 8-13% เพื่อสะท้อนรายได้ที่อ่อนแอและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันคาดว่า CAGR ของกำไรในช่วงดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 2% เนื่องจาก BCH กำลังเข้าสู่รอบการขยายจำนวนเตียงอีกครั้งในช่วงปี 70-72 Nontapat Sahakitpinyonontapat.sahakitpinyo@maybank.com (66) 2658 5000 ext 2352 efinAIReported byนายศักดิ์ชาย งอกงามเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
ระยะสั้นยังอ่อนแอ แต่ยังมีอัพไซด์ในอนาคตมุมมองเป็นกลางจากงาน Maybank Invest Thailandเมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2569 เราได้จัดงาน Maybank Invest Thailand ร่วมกับ BCH โดยคำถามจากนักลงทุนส่วนใหญ่เน้นไปที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน แนวโน้มรายได้รวม และ upside อื่นๆในอนาคต โดยภาพรวมแล้ว เรามีมุมมองเป็นกลางและคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 11 บาท ด้วยระดับ P/E ปี 2569 ที่ 18 เท่าซึ่งมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับกลุ่มอุตสาหกรรม แต่เรามองว่ากำไรของ BCH มีโอกาสที่จะเกิด upside มากที่สุดในกลุ่ม นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2569 ที่ 4.7% ยังคงมีความน่าสนใจ และเราคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มเติม นอกเหนือจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลตามปกติ ซึ่งเราประเมินไว้ที่ 0.1 บาทต่อหุ้น (คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1%) ผลกระทบจากตะวันออกกลางจำกัด แต่รายได้ในไทยยังอ่อนแอรายได้จากตะวันออกกลางของ BCH คาดว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเกิน 100% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากฐานที่ต่ำและการรุกตลาดกาตาร์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กาตาร์มีส่วนช่วยสร้างรายได้ประมาณ 10 ล้านบาทใน 1Q69 หรือคิดเป็น 10% ของรายได้จากตะวันออกกลางทั้งหมด โดยผู้ป่วยจากตะวันออกกลางส่วนใหญ่เดินทางมาถึงก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านจะรุนแรงขึ้นในเดือน มี.ค. 2569 และยังคงพักรักษาตัวอยู่ ทำให้รายได้จากตะวันออกกลางแทบไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ป่วยใหม่ในเดือน มี.ค.2569 ลดลงกว่า 70-80% MoM จากระดับในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 2569 ในส่วนของรายได้จากผู้ป่วยไทยใน 1Q69 คาดว่าจะทรงตัว YoYท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ในขณะที่รายได้จากกัมพูชายังคงลดลง 70-80% YoY และยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน การปรับขึ้นอัตราเหมาจ่ายประกันสังคมเป็นปัจจัยบวกสำคัญBCH มองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับเพิ่มอัตราเหมาจ่ายรายหัวพื้นฐานของสำนักงานประกันสังคม (ปัจจุบันอยู่ที่ 1.8 พันบาทต่อหัว) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 หลังจากการแต่งตั้งคณะกรรมการ สปส. ชุดใหม่ในเดือน ส.ค. 2569 และอาจมีการปรับปรุงอัตราค่ารักษาสำหรับกลุ่มที่มีความรุนแรงของโรคสูง (RW> 2) ตามมาในปี 2570 สำหรับการไหลเข้าของผู้ป่วยคูเวตนั้น คาดว่าจะกลับมาอีกครั้งหลังจากความขัดแย้งสิ้นสุดลง โดยน่าจะมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสาคัญตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ก่อนเกิดความขัดแย้ง เคยมีเคสผู้ป่วยคูเวตที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลถูกส่งตัวมายัง BCH ซึ่งบ่งชี้ว่า BCH เป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่รัฐบาลคูเวตเลือกใช้บริการ กำไร 1Q69 ยังอ่อนแอ ปรับลดประมาณการปี 69-71 ลง 8-13%เราคาดว่ากำไรหลักใน 1Q69 จะอยู่ที่ 306 ล้านบาท (-7% YoY, +22% QoQ) โดยมีกำหนดประกาศผลวันที่ 15 พ.ค. 69 การลดลง YoY มาจากรายได้ที่เติบโตเพียง 1% และค่าใช้จ่าย SG&A ที่สูงขึ้น เราได้ปรับลดประมาณการกำไรหลักในช่วงปี 69-71 ลง 8-13% เพื่อสะท้อนรายได้ที่อ่อนแอและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบันคาดว่า CAGR ของกำไรในช่วงดังกล่าวจะอยู่ที่ประมาณ 2% เนื่องจาก BCH กำลังเข้าสู่รอบการขยายจำนวนเตียงอีกครั้งในช่วงปี 70-72 Nontapat Sahakitpinyonontapat.sahakitpinyo@maybank.com (66) 2658 5000 ext 2352