จีนตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 ไว้ที่ 4.5–5% ซึ่งเป็นเป้าหมายต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 1991 ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดและความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ ตัวเลขการเติบโตลดลงจากระดับ 5% ที่กำหนดไว้เมื่อช่วงสามปีที่ผ่านมา และถือเป็นเป้าหมายที่ต่ำที่สุดสำหรับเศรษฐกิจจีน ยกเว้นเพียงปี 2020 ที่รัฐบาลไม่ได้ตั้งเป้าการเติบโตเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน จีนยังคงตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 4% ของ GDP เท่ากับปีก่อน เป้าหมายการเติบโตดังกล่าวประกาศขึ้นในการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ซึ่งเริ่มวันนี้ และเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสองสภา (Two Sessions) ที่เปิดฉากเมื่อวันพุธ (4 มี.ค.) ทั้งนี้ จีนตั้งเป้าขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 4% เป็นครั้งแรกในปี 2024 และถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2010 ตามข้อมูลของ Wind Information โดยก่อนหน้านี้ เคยกำหนดไว้สูงสุดที่ 3.6% ในปี 2020 พร้อมกันนี้ ยังคงตั้งเป้าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อฝั่งผู้บริโภคไว้ที่ 2% เท่ากับปีก่อน ต่ำสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ และสะท้อนถึงการยอมรับโดยปริยายว่า ความต้องการภายในประเทศยังคงอ่อนแอ เป้าหมายเงินเฟ้อดังกล่าวเป็นการกำหนดไว้เป็นเพดานมากกว่าจะเป็นตัวเลขที่ต้องทำให้ถึง โดยตลอดปี 2025 อัตราเงินเฟ้อโดยรวมแทบไม่ขยายตัว และอยู่ที่ 0.7% หากไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน ท่ามกลางความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ระบุว่า เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งบริบทด้านการค้าและเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และปัญหาเชิงโครงสร้างที่ฝังลึก ซึ่งกดดันการบริโภคและการลงทุน เป้าหมายด้านเศรษฐกิจและนโยบายอื่น ๆ - รัฐบาลจีนยังตั้งเป้าอัตราการว่างงานในเขตเมืองที่ 5.5% จากระดับ 5.2% ในปี 2025 พร้อมตั้งเป้าสร้างงานใหม่ในพื้นที่เขตเมือง 12 ล้านตำแหน่งในปีนี้ - รัฐบาลมีแผนออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษ รุ่นระยะยาวพิเศษ มูลค่า 1.3 ล้านล้านหยวน หรือราว 188,500 ล้านดอลลาร์ เท่ากับปี 2025 - จัดสรรงบประมาณ 250,000 ล้านหยวน เพื่อสนับสนุนโครงการนำสินค้าอุปโภคบริโภคมาแลกสินค้าใหม่ และอีก 300,000 ล้านหยวน เพื่อเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในกำกับของรัฐ - แผนออกพันธบัตรพิเศษของรัฐบาลท้องถิ่นมูลค่า 4.4 ล้านล้านหยวน เท่ากับปีก่อน เพื่อใช้ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่และบรรเทาหนี้รัฐบาลท้องถิ่นที่ตึงตัว ที่มา CNBC 
|