28 พ.ค. 2569 07:51 น.สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม 2569Translatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 7:51: น. สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงผันผวน หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานทัพอิหร่านรอบใหม่โดยระบุว่าเพื่อป้องกันตนเอง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอกกลับรายงานข่าวเรื่องการแบ่งพื้นที่ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซว่าเป็นเรื่องโกหก พร้อมขู่พร้อมกลับไปเผด็จศึกหากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง ด้านผลวิจัยเตือนคลังอาวุธของสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวถึงปี 2031 สถานการณ์การทหารและการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่: กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางทหารต่อฐานทัพของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันพุธ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็น "การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง" เนื่องจากพิกัดดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังอเมริกันและการเดินเรือเชิงพาณิชย์ สถานะข้อตกลงหยุดยิง: แม้จะมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ เพนตากอนเพิ่งโจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านในพื้นที่ทางตอนใต้ ช่องแคบฮอร์มุซ: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลสามารถสกัดและสั่งให้เรือพาณิชย์ที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านหันหลังกลับแล้วถึง 109 ลำ โดยการยกเลิกมาตรการปิดล้อมนี้ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจา ท่าทีและจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์กับการเจรจา อิหร่านไร้ทางเลือก: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่อย่างหนักและไร้หนทางในการต่อรอง เนื่องจากกองทัพเรือและกองทัพอากาศถูกทำลายไปหมดแล้ว จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำข้อตกลง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่าหากการเจรจาไม่เป็นที่น่าพอใจ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะกลับไปเปิดฉากโจมตีเพื่อเผด็จศึกให้จบ ปัดตกข่าวลือเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ: ทรัมป์ปฏิเสธรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านที่อ้างว่ามีร่างกรอบข้อตกลง "Islamabad Framework" ให้โอมานและอิหร่านร่วมกันคุมการเดินเรือ โดยทำเนียบขาวแถลงโต้กลับทันทีว่าข่าวดังกล่าวเป็น "เรื่องโกหกทั้งเพ" และย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซคือน่านน้ำสากลที่จะไม่มีวันยอมให้ประเทศใดเข้ามาควบคุมเด็ดขาด บีบกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับร่วมข้อตกลงอับราฮัม: ทรัมป์ยื่นเงื่อนไขว่า ประเทศในแถบอ่าวอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียและกาตาร์จำเป็นต้องลงนามในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล หากต้องการให้สหรัฐฯ ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน โดยมองว่าประเทศเหล่านี้เป็นหนี้บุญคุณสหรัฐฯ และต้องเข้าร่วม ซึ่ง ส.ว. ลินด์เซย์ แกรแฮม ระบุว่าหากซาอุดีอาระเบียยอมเข้าร่วม จะถือเป็นการปิดฉากความขัดแย้งระหว่างอาหรับ-อิสราเอลที่ยืดเยื้อมานานหลายพันปี ปฏิกิริยาจากฝั่งอิหร่าน พร้อมรับทุกสถานการณ์: แกนนำระดับสูงของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประเมินว่า โอกาสที่จะเกิดการปะทะและสู้รบกับสหรัฐฯ รอบใหม่อีกครั้งนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งนี้อิหร่านก็มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่กระบวนการเจรจายังคงดำเนินต่อไป การสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ยกระดับการโจมตี: สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรงขึ้น โดยการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันอังคารส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนมากกว่า 30 ราย และนับตั้งแต่ต้นสัปดาห์มีเป้าหมายของฮิซบอลเลาะห์ถูกโจมตีไปแล้วกว่า 550 แห่ง ขยายพื้นที่สู้รบ: กองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศขยายเส้นเขตแดนอพยพพลเรือนขึ้นไปทางเหนือจนถึงแม่น้ำซาห์รานี (ห่างจากชายแดนอิสราเอล 25 ไมล์) จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่บริเวณแม่น้ำลิตานี โดยประกาศให้พื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำทั้งหมดเป็นเขตสู้รบ พร้อมทั้งเปิดฉากโจมตีศูนย์บัญชาการในเมืองไทร์ (Tyre) หลังจากได้แจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพออกไปก่อนหน้านี้ ขีปนาวุธสหรัฐฯ ร่อยหรอ ศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) เปิดเผยผลวิจัยว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือมากกว่านั้นในการผลิตขีปนาวุธทดแทนคลังสำรองที่สูญเสียไปกับสงครามอิหร่าน โดยอาวุธล้ำสมัยอย่างขีปนาวุธ Patriot ถูกใช้ไปราว 1,060 - 1,430 ลูก และขีปนาวุธ THAAD อาจต้องใช้เวลาผลิตทดแทนจนถึงช่วงกลางหรือปลายปี 2029 ขณะที่ขีปนาวุธ Tomahawk ซึ่งถูกใช้ไปมากกว่า 1,000 ลูก อาจต้องใช้เวลานานที่สุดจนถึงต้นปี 2031 กว่าคลังสำรองจะกลับมาเท่าช่วงก่อนสงคราม สอดคล้องกับที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม เคยให้การต่อสภาคองเกรสว่าต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ที่มา CBS News ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องสรุปสถานการณ์ตะวันออกกลางReporting byสุภัค โห้พึ่งจูหัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 พ.ค. 69 7:51: น. สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงผันผวน หลังกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานทัพอิหร่านรอบใหม่โดยระบุว่าเพื่อป้องกันตนเอง ท่ามกลางข้อตกลงหยุดยิงที่ยังคงเปราะบาง ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตอกกลับรายงานข่าวเรื่องการแบ่งพื้นที่ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซว่าเป็นเรื่องโกหก พร้อมขู่พร้อมกลับไปเผด็จศึกหากอิหร่านไม่ยอมทำข้อตกลง ด้านผลวิจัยเตือนคลังอาวุธของสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูยาวถึงปี 2031 สถานการณ์การทหารและการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่: กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำการโจมตีทางทหารต่อฐานทัพของอิหร่านอีกครั้งเมื่อวันพุธ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็น "การโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง" เนื่องจากพิกัดดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อกองกำลังอเมริกันและการเดินเรือเชิงพาณิชย์ สถานะข้อตกลงหยุดยิง: แม้จะมีการโจมตีเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ เพนตากอนเพิ่งโจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธและเรือวางทุ่นระเบิดของอิหร่านในพื้นที่ทางตอนใต้ ช่องแคบฮอร์มุซ: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เผยว่ามาตรการปิดล้อมทางทะเลสามารถสกัดและสั่งให้เรือพาณิชย์ที่เดินทางเข้า-ออกท่าเรืออิหร่านหันหลังกลับแล้วถึง 109 ลำ โดยการยกเลิกมาตรการปิดล้อมนี้ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเจรจา ท่าทีและจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์กับการเจรจา อิหร่านไร้ทางเลือก: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า อิหร่านกำลังอยู่ในสถานะที่ย่ำแย่อย่างหนักและไร้หนทางในการต่อรอง เนื่องจากกองทัพเรือและกองทัพอากาศถูกทำลายไปหมดแล้ว จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำข้อตกลง อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ย้ำว่าหากการเจรจาไม่เป็นที่น่าพอใจ สหรัฐฯ ก็พร้อมจะกลับไปเปิดฉากโจมตีเพื่อเผด็จศึกให้จบ ปัดตกข่าวลือเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ: ทรัมป์ปฏิเสธรายงานข่าวจากสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่านที่อ้างว่ามีร่างกรอบข้อตกลง "Islamabad Framework" ให้โอมานและอิหร่านร่วมกันคุมการเดินเรือ โดยทำเนียบขาวแถลงโต้กลับทันทีว่าข่าวดังกล่าวเป็น "เรื่องโกหกทั้งเพ" และย้ำว่าช่องแคบฮอร์มุซคือน่านน้ำสากลที่จะไม่มีวันยอมให้ประเทศใดเข้ามาควบคุมเด็ดขาด บีบกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับร่วมข้อตกลงอับราฮัม: ทรัมป์ยื่นเงื่อนไขว่า ประเทศในแถบอ่าวอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียและกาตาร์จำเป็นต้องลงนามในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิสราเอล หากต้องการให้สหรัฐฯ ลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน โดยมองว่าประเทศเหล่านี้เป็นหนี้บุญคุณสหรัฐฯ และต้องเข้าร่วม ซึ่ง ส.ว. ลินด์เซย์ แกรแฮม ระบุว่าหากซาอุดีอาระเบียยอมเข้าร่วม จะถือเป็นการปิดฉากความขัดแย้งระหว่างอาหรับ-อิสราเอลที่ยืดเยื้อมานานหลายพันปี ปฏิกิริยาจากฝั่งอิหร่าน พร้อมรับทุกสถานการณ์: แกนนำระดับสูงของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประเมินว่า โอกาสที่จะเกิดการปะทะและสู้รบกับสหรัฐฯ รอบใหม่อีกครั้งนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งนี้อิหร่านก็มีการเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างที่กระบวนการเจรจายังคงดำเนินต่อไป การสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ยกระดับการโจมตี: สถานการณ์ระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทวีความรุนแรงขึ้น โดยการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันอังคารส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเลบานอนมากกว่า 30 ราย และนับตั้งแต่ต้นสัปดาห์มีเป้าหมายของฮิซบอลเลาะห์ถูกโจมตีไปแล้วกว่า 550 แห่ง ขยายพื้นที่สู้รบ: กองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศขยายเส้นเขตแดนอพยพพลเรือนขึ้นไปทางเหนือจนถึงแม่น้ำซาห์รานี (ห่างจากชายแดนอิสราเอล 25 ไมล์) จากเดิมที่จำกัดอยู่แค่บริเวณแม่น้ำลิตานี โดยประกาศให้พื้นที่ทางตอนใต้ของแม่น้ำทั้งหมดเป็นเขตสู้รบ พร้อมทั้งเปิดฉากโจมตีศูนย์บัญชาการในเมืองไทร์ (Tyre) หลังจากได้แจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพออกไปก่อนหน้านี้ ขีปนาวุธสหรัฐฯ ร่อยหรอ ศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ (CSIS) เปิดเผยผลวิจัยว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปีหรือมากกว่านั้นในการผลิตขีปนาวุธทดแทนคลังสำรองที่สูญเสียไปกับสงครามอิหร่าน โดยอาวุธล้ำสมัยอย่างขีปนาวุธ Patriot ถูกใช้ไปราว 1,060 - 1,430 ลูก และขีปนาวุธ THAAD อาจต้องใช้เวลาผลิตทดแทนจนถึงช่วงกลางหรือปลายปี 2029 ขณะที่ขีปนาวุธ Tomahawk ซึ่งถูกใช้ไปมากกว่า 1,000 ลูก อาจต้องใช้เวลานานที่สุดจนถึงต้นปี 2031 กว่าคลังสำรองจะกลับมาเท่าช่วงก่อนสงคราม สอดคล้องกับที่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสงคราม เคยให้การต่อสภาคองเกรสว่าต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี ที่มา CBS News ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news