มุมมองต่อสินเช่าซื้อ หลังยอดขายรถฟื้นต่อเนื่อง
Event Snapshot • วานนี้ ส.อ.ท. รายงานยอดขายรถยนต์ในประเทศ พ.ย. 68 ที่ 51,044 คัน ขยายตัวราว 21% YoY นับเป็นการโต YoY ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 โดยยอดขายรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อยู่ที่ 10,569 คัน (พ.ย. 67 ที่ 5,519 คัน) คิดเป็นสัดส่วน 21% ของยอดขาย รถยนต์ ขณะที่ยอดขายรถกระบะ (ICE) เท่ากับ 11,502 คัน กลับมาบวกเป็นครั้งแรก 0.2% YoY และมีกระบะไฟฟ้า 74 คัน (ปีก่อนไม่มี) ทาง ส.อ.ท. มองว่าเป็นเพราะ หลักฐานทางการเงินของผู้ซื้อรถกระบะแข็งแรงขึ้น และการลงดอกเบี้ยของ กนง. • ด้านยอดผลิตรถยนต์เท่ากับ 130,222 คัน เพิ่มติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในระดับ 11% YoY จากการผลิตเพื่อขายในประเทศ เพราะการผลิต BEV ชดเชยในอัตรา 1.5 เท่าของ ยอดรถไฟฟ้านำเข้าในปี 2565-66 ทำให้ยอดผลิตรถยนต์นั่ง BEV อยู่ที่ 9,624 คัน (พ.ย. 67 ที่ 464 คัน) ส่วนรถกระบะ 1 ตัน ผลิตได้ 76,022 คัน บวก 7% YoY Impact Insight • ยอดขายรถยนต์ในประเทศข้างต้น สอดคล้องกับมุมมองฝ่ายวิจัยว่าดอกเบี้ยนโยบาย ที่ลดลง ช่วยให้ Cost of fund ของผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์(HP) ดีขึ้น หนุน Loan spread ทำให้ผลตอบแทนเทียบความเสี่ยงของพอร์ต HP จูงใจให้ผู้ประกอบการ กลับมาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น รวมถึง NPL พอร์ต HP เริ่มอยู่ในการควบคุม • โดย ธ.พ. ที่มีพอร์ต HP อย่าง KKP, TISCO, TTB และ BAY (รวมถึง บ. ย่อย TIDLOR ที่มีพอร์ตเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง) จะได้ประโยชน์จาก Loan spread พอร์ต HP กว้าง ขึ้น โดยเฉพาะ KKP กับ TISCO อย่างไรก็ดีช่วงที่ผ่านมามี2 ธ.พ. ที่HP โต คือ TISCO (3Q68 พอร์ต HP บวก 0.9% QoQ และ 0.6% YTD) กับ BAY (3Q68 พอร์ต HP กลับมาบวกครั้งแรก 0.5% QoQ) • ขณะที่มองไปข้างหน้า Loan spread ของพอร์ต HP ที่ยังมีโมเมนตัม (ตามการ Repricing เงินฝากประจำและตราสารหนี้) รวมทั้งการเข้ามาคุม HP ของ ธปท. ตั้งแต่ ธ.ค. จะทำให้ผู้ประกอบการรายกลาง ถูกปรับเข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับเดียวกับ ธ.พ. ทำให้การแข่งขันมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น อีกทั้ง Cost of fund ของ ธ.พ. และ บ. ย่อย ซึ่งต่ำกว่ารายกลาง ภาพรวมประเมินว่าปัจจัยดังกล่าว เอื้อต่อเติบโตของ HP ในปีหน้า • สำหรับยอดผลิตรถยนต์ที่เริ่มยืนได้ โดยเฉพาะรถกระบะ หากยืนระยะได้ต่อเนื่อง น่าจะ มีแนวโน้มเป็นบวกต่อภาคการผลิตในปีหน้า (+ ธ.พ. ใหญ่ KBANK, BBL และ SCB) Execution • Outperfotm ต่อ TISCO และ KKP จากแนวโน้มกำไรฯ ปีหน้า ทำได้ดีกว่า ธ.พ. ใหญ่ ตามวงจรดอกเบี้ย และ Div yield ราว 7% ต่อปี ส่วน Non – Bank อย่าง TIDLOR, MTC และ SAWAD แม้สัดส่วนพอร์ต HP ไม่เท่า ธ.พ. แต่มีโอกาสได้Sentiment ระยะ สั้นจากนโยบายประชานิยม • ส่วน ธ.พ. ใหญ่ ยังคงชอบ KTB, BBL และ KBANK มองว่า Div yield ยังน่าสนใจ ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 093372 |