| *** ตลาดหุ้น ตลาดเงิน ตลาดน้ำมัน และตลาดทองคำสหรัฐฯ ปิดทำการในวันจันทร์ (25 พ.ค.) เนื่องในวัน Memorial Day *** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 6.30 ดอลลาร์ หรือ 6.5% อยู่ที่ 90.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 14:29 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ท่ามกลางปริมาณการซื้อขายที่บางเบาเนื่องในวันหยุด Memorial Day สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนก.ค. อยู่ที่ 96.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ร่วงลง 7.24 ดอลลาร์ หรือเกือบ 7% ราคาน้ำมันดิบร่วงลงเกือบ 7% ในวันจันทร์ (25 พ.ค.) ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่า สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้ข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ และอิหร่านจะออกมาส่งสัญญาณว่าอาจยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้ก็ตาม เจ้าหน้าที่ผู้ให้ข้อมูลรายหนึ่งเปิดเผยว่า หัวหน้าคณะเจรจาและรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้เดินทางไปยังกรุงโดฮา เพื่อร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรีของกาตาร์ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายระบุว่ามีความคืบหน้าในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติการสู้รบชั่วคราว และเปิดทางให้คณะผู้เจรจามีเวลาอีก 60 วันในการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้าย *** นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เปิดเผยว่า อิสราเอลจะยกระดับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ให้รุนแรงขึ้น ขณะที่ร่างข้อตกลงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน มีการใช้ถ้อยคำที่ระบุถึงการยุติสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ล่าสุดอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน พร้อมทั้งออกคำสั่งให้ประชาชนอพยพออกจากหมู่บ้านต่างๆ โดยกล่าวหาว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวเพื่อขยายเวลาการหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง มีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดี ขณะเดียวกัน คณะผู้แทนจากอิหร่านได้เดินทางไปยังกรุงโดฮา เพื่อร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกาตาร์เกี่ยวกับการเจรจาดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการหารือในประเด็นการปลดล็อกสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังกดดันให้ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ยอมรับอิสราเอล ด้วยการเข้าร่วมในข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ซึ่งระบุว่าจะเป็นส่วนเสริมของข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่กำลังเจรจากับอิหร่าน ทรัมป์กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ควรลงนามในข้อตกลงอับราฮัมในทันที และประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงปากีสถาน ตุรกี อียิปต์ และจอร์แดน ควรดำเนินการตามเช่นกัน *** กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยมีเป้าหมายถล่มเรือที่พยายามวางทุ่นระเบิดและฐานยิงขีปนาวุธ ซึ่งทางกองทัพระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อการป้องกันตนเอง ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องกำลังพลของสหรัฐฯ ให้พ้นจากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน *** เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ต่อสายตรงถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อแจ้งเตือนให้เร่งอพยพพลเมืองชาวอเมริกันและเจ้าหน้าที่ทูตออกจากกรุงเคียฟ เนื่องจากรัสเซียมีแผนที่จะเปิดฉากโจมตีทางอากาศอย่างหนักใส่เมืองหลวงของยูเครน ลาฟรอฟแจ้งต่อรูบิโอว่า รัสเซียกำลังเริ่มปฏิบัติการโจมตีอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องต่อสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในกรุงเคียฟ รวมถึงพุ่งเป้าถล่ม "ศูนย์กลางการตัดสินใจ" ที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ขณะเดียวกัน ทำเนียบเครมลินได้ออกแถลงการณ์เตือนให้ชาวต่างชาติทั้งหมดเดินทางออกจากกรุงเคียฟโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและหน่วยงานบริหารราชการ *** กลุ่มนักลงทุนชาวจีนกำลังเดินหน้ามองหาช่องทางใหม่ในการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ หลังจากรัฐบาลปักกิ่งกวาดล้างการซื้อขายหุ้นข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นเม็ดเงินทุนไหลออกนอกประเทศ มาตรการปราบปรามที่เข้มงวดดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรวดเร็ว โดยฉุดดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ดิ่งลงอย่างรุนแรง และมูลค่าตลาดของบริษัท Futu สูญไปกว่า 25% ซึ่งแนวโน้มการคุมเข้มนี้คาดว่าจะลามไปยังตลาดหุ้นฮ่องกงด้วยเช่นกัน *** ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลจะจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อรองรับงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมโดยไม่มีการออกพันธบัตรใหม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน งบประมาณฉบับเพิ่มเติมดังกล่าวจะมีมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านล้านเยน ซึ่งคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาเร็วสุดในสัปดาห์หน้า โดยมีมาตรการอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นมาตรการหลัก *** สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อปกป้องมนุษยชาติจากอันตราย พร้อมทั้งทรงย้ำให้พัฒนา AI ให้เป็นมิตรต่อมนุษย์มากยิ่งขึ้น และปลดแอกเทคโนโลยีดังกล่าวจากการผูกขาดของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ นอกจากนี้ ยังทรงเตือนถึงความเสี่ยงจากการนำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในสมรภูมิรบ โดยทรงย้ำว่า ไม่มีอัลกอริทึมใดที่สามารถทำให้สงครามกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในทางศีลธรรม และ AI ไม่ได้ช่วยลดทอนความโหดร้ายทารุณที่เป็นเนื้อแท้ของความขัดแย้งลงได้เลย *** กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของญี่ปุ่น กำลังเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการรับมือกับภาวะขาดแคลนวัตถุดิบต้นน้ำอย่างแนฟทา ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงแรงกดดันที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากวิกฤตความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในอิหร่าน วิกฤตดังกล่าวส่งผลกระทบให้บริษัท Terano Technology ผู้ผลิตสีสะท้อนความร้อนสำหรับเครื่องปรับอากาศนอกอาคาร ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองฮามามัตสึ สามารถจัดหาเรซินซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตสีได้เพียง 10-20% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา บีบให้บริษัทต้องหั่นปริมาณการส่งมอบสินค้าลง และฉุดให้รายได้ดิ่งลงเหลือไม่ถึง 10% ของปีก่อนหน้า ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news
|