สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569

รูป สรุปสถานการณ์ตะวันออกกลาง ประจำวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม 2569

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -26 พ.ค. 69 7:37: น.

ราคาน้ำมันดิบโลกดิ่งลงเกือบ 7% หลังมีสัญญาณความคืบหน้าว่า สหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าการจัดทำร่างข้อตกลงหยุดยิง 60 วันและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกำลังดำเนินไปด้วยดี แต่พร้อมจะกลับมาเปิดฉากยิงทันทีหากดีลล่ม ขณะที่คณะผู้แทนเจรจาของอิหร่านอยู่ที่กาตาร์เพื่อหารือกับชาติอาหรับ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังตึงเครียดในบางพื้นที่ หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่านตอนใต้ ขณะที่อิสราเอลสั่งยกระดับการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

สถานการณ์ทางทหารและการโจมตี

  • สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายอิหร่าน: กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ยิงโจมตีเป้าหมายในพื้นที่อิหร่านตอนใต้ เพื่อปกป้องกำลังพลจากภัยคุกคามของกองทัพอิหร่าน โดยเป้าหมายดังกล่าวรวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและเรืออิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิด ทั้งนี้ CENTCOM ระบุว่ายังคงใช้ความอดทนอดกลั้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่ดำเนินอยู่
  • อิสราเอลยกระดับการโจมตีเลบานอน: เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล สั่งการให้กองทัพเร่งยกระดับการโจมตีเพื่อบดขยี้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่บังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. ก็ตาม แต่ทั้งสองฝ่ายยังคงยิงตอบโต้กันแทบทุกวัน โดยล่าสุดอิสราเอลได้ออกคำสั่งอพยพชาวบ้านใน 10 หมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอน และพื้นที่ใกล้เมืองไทร์ (Tyre) ก่อนจะส่งเครื่องบินรบโจมตีระลอกใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และประชาชนจำนวนมากต้องอพยพหนีภัย
  • ฮิซบอลเลาะห์อ้างการโจมตีฐานทัพอิสราเอล: กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าได้เปิดฉากโจมตีค่ายทหาร 3 แห่งและฐานที่มั่นทางทหาร 1 แห่งในอิสราเอลตอนเหนือ เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน นอกจากนี้เนทันยาฮูยังยอมรับว่าอิสราเอลถูกโจมตีด้วยโดรนหลายชนิด รวมถึงโดรนไฟเบอร์ออปติก (fiber-optic drones)
  • อิหร่านอ้างใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศใหม่สอยโดรน: สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ได้ใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า "Arash the archer" ซึ่งมีคุณสมบัติพรางตัว ยิงสอยโดรนปริศนาที่เป็นปรปักษ์ร่วงเหนือช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อส่งสัญญาณเตือนไม่ให้มีโดรนล่องหนใด ๆ ล่วงล้ำน่านฟ้าเข้ามาอีก

ความคืบหน้าของการเจรจาสันติภาพและร่างข้อตกลง

  • ร่างข้อเสนอข้อตกลงสันติภาพ: แหล่งข่าวภูมิภาคเผยข้อมูลกับ CBS News เกี่ยวกับเงื่อนไขในร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ที่รอการอนุมัติจากอิหร่าน ประกอบด้วย:
    1. ขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงปัจจุบันออกไปอีก 60 วัน
    2. อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที และฟื้นฟูการจราจรทางเรือให้กลับสู่สภาวะปกติภายใน 30 วัน
    3. อิหร่าน สหรัฐฯ และพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย จะประกาศยุติการปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ (รวมถึงเลบานอน) โดยทันทีอย่างถาวร พร้อมรับประกันว่าจะไม่ก่อสงครามหรือข่มขู่ใช้กำลังต่อกัน
    4. อิหร่านยืนยันว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
    5. อิหร่านตกลงที่จะกำจัดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง ภายใต้กลไกที่ทั้งสองฝ่ายจะเห็นชอบร่วมกัน
    6. ประเด็นเรื่องการปลดล็อกสินทรัพย์ที่ถูกอายัด และการยกเลิกคว่ำบาตรต่ออิหร่าน จะพิจารณาตามระดับความร่วมมือและการปฏิบัติตามข้อตกลงข้างต้นของอิหร่าน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ยืนยันเงื่อนไขเกือบทั้งหมด ยกเว้นเรื่องการยุติปฏิบัติการทุกแนวรบ รวมถึงเลบานอน และการขยายเวลาหยุดยิง 60 วันที่ยังไม่ยืนยัน

  • ผู้นำอิหร่านเดินทางเยือนกาตาร์: อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน ได้เดินทางไปยังกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อพบกับผู้นำกาตาร์ในการเจรจาหาทางออกให้กับประเด็นที่ยังค้างคา โดยเฉพาะเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและการจัดการคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงประมาณ 900 ปอนด์
  • ท่าทีของทรัมป์และช้อตกลง Abraham Accords: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่าการเจรจาทางอ้อมดำเนินไปด้วยดี แต่ยังคงขู่ว่าหากตกลงกันไม่ได้ สหรัฐฯ จะกลับสู่สมรภูมิและโจมตีหนักยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ ทรัมป์ยังโพสต์ว่า ควรให้ประเทศในอ่าวเปอร์เซีย นำโดยซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ ต้องลงนามในข้อตกลง Abraham Accords เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล ไปพร้อมกับการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านในครั้งนี้ด้วย

ประเด็นนิวเคลียร์และการจัดการยูเรเนียม

  • ทรัมป์เรียกร้องให้ทำลายยูเรเนียม: ทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะต้องถูกส่งมอบให้สหรัฐฯ นำกลับไปทำลาย หรือหากจะทำลายในอิหร่าน (หรือสถานที่อื่นที่ยอมรับได้) จะต้องผ่านความร่วมมือกับอิหร่านและมีทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) หรือองค์กรเทียบเท่า ร่วมเป็นสักขีพยานในกระบวนการอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์เศรษฐกิจและการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

  • ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงเกือบ 7%: สัญญาน้ำมันดิบ Brent ร่วงลงเกือบ 7% มาอยู่ที่ 96.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากตลาดเกิดความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทุบสถิติในรอบ 4 ปีไปเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน
  • การสัญจรทางเรือและการจัดการช่องแคบ: สื่อทางการอิหร่านอ้างว่าอนุญาตให้เรือพาณิชย์อีก 32 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 5 ลำ เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาภายใต้การควบคุมของกองทัพเรือและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อย่างไรก็ตาม สื่อ Fars ของอิหร่านระบุว่า ต่อให้มีข้อตกลงเกิดขึ้น ช่องแคบฮอร์มุซก็ยังคงต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของอิหร่านเช่นเดิม
  • อิหร่านปฏิเสธการเก็บค่าผ่านทาง (Tolls): โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ชี้แจงว่าอิหร่านกำลังร่วมมือกับโอมาน ในฐานะรัฐชายฝั่ง ร่างกลไกดูแลความปลอดภัยและการเดินเรือ ซึ่งการให้บริการด้านการเดินเรือและการปกป้องสิ่งแวดล้อมในแถบนั้น "มีค่าใช้จ่าย" จึงไม่ควรเรียกว่าเป็นค่าผ่านทาง

สถานการณ์ภายในประเทศอิหร่าน

  • การประกาศไม่ยอมถอย: ท่ามกลางการเจรจาอันตึงเครียด สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนรวมใจเป็นหนึ่งเดียว พร้อมประกาศว่า "จะไม่มีการล่าถอย" โดยเน้นย้ำว่าความแข็งแกร่งของประเทศได้พิสูจน์แล้วผ่านทั้งสนามรบ ทางการทูต และการยืนหยัดต่อสู้ของประชาชนบนท้องถนน
  • อิหร่านสั่งเปิดระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศอีกครั้ง: ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน มีคำสั่งไปยังกระทรวงการสื่อสารให้เปิดระบบอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากที่ประชาชนส่วนใหญ่ในอิหร่านถูกตัดขาดจากโลกออนไลน์มายาวนานถึง 87 วัน
  • การประหารชีวิตผู้ประท้วงยังคงดำเนินต่อไป: อิหร่านได้ทำการแขวนคอ "นายอับบาส อัคบารี" ซึ่งถูกกล่าวหาว่าโจมตีอาคารรัฐบาลในจังหวัดอิสฟาฮานช่วงที่มีการประท้วงใหญ่เมื่อเดือนมกราคม กลุ่มสิทธิมนุษยชน (IHR) เผยว่านี่เป็นการประหารชีวิตทางการเมืองรายล่าสุด นับตั้งแต่เกิดสงครามกับสหรัฐฯ-อิสราเอล มีผู้ถูกแขวนคอไปแล้วประมาณ 36 ราย โดยระบุว่ารัฐบาลอิหร่านใช้การประหารชีวิตเพื่อสร้างความหวาดกลัวและสกัดกั้นไม่ให้ประชาชนออกมาประท้วงอีก

ประเด็นฟุตบอลโลก

  • ฟีฟ่ารับปากเรื่องวีซ่านักเตะอิหร่าน: รัฐมนตรีกระทรวงการกีฬาของอิหร่านเปิดเผยว่า ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้ให้คำมั่นว่านักฟุตบอลชายทีมชาติอิหร่านจะได้รับวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกในช่วงฤดูร้อนนี้อย่างแน่นอน หลังจากก่อนหน้านี้มีข้อกังขาเรื่องการเข้าร่วมเนื่องจากสหรัฐฯ (ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วม) และอิสราเอล ได้เปิดฉากทิ้งระเบิดโจมตีอิหร่าน จนบานปลายกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาค

ที่มา CBS News


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting by

สุภัค โห้พึ่งจู

สุภัค โห้พึ่งจู

หัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย