อิหร่าน-โอมานเตรียมออกมาตรการคุมเดินเรือ-จับตา UNSC ลงมติใช้กำลังทหารคุมฮอร์มุซวันนี้

รูป อิหร่าน-โอมานเตรียมออกมาตรการคุมเดินเรือ-จับตา UNSC ลงมติใช้กำลังทหารคุมฮอร์มุซวันนี้

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -3 เม.ย. 69 9:50: น.

อิหร่านและโอมานกำลังจัดทำแผนกฎระเบียบว่าด้วยการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทางด้านคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติ (UNSC) เตรียมโหวตร่างมติที่บาห์เรนเป็นผู้เสนอ เพื่อคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจีนใช้สิทธิยับยั้ง (Veto) เพื่อคัดค้านการให้อำนาจในการใช้กำลังทางทหารเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สำนักข่าว IRNA ของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าววงในเผยว่า คาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ฝ่ายกฎหมายและกิจการระหว่างประเทศ ระบุว่า การเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญแห่งนี้ควรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและการประสานงานระหว่างอิหร่านและโอมาน โดยข้อกำหนดเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจำกัดการเดินเรือ แต่เพื่ออำนวยความสะดวกและรับประกันความปลอดภัยให้กับเรือที่ผ่านเส้นทางนี้

 

รายงานดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันย่อตัวลงจากจุดสูงสุดระหว่างวัน ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินโดยเฉลี่ยในสหรัฐฯ ยังคงพุ่งขึ้นมากกว่า 30% ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน และทะลุระดับ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ขณะเดียวกัน UNSC เตรียมโหวตร่างมติคุ้มครองการเดินเรือพาณิชย์ในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ที่บาห์เรนเป็นผู้เสนอ โดยคาดว่าจีนซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของ UNSC ที่มีสิทธิวีโต้ จะคัดค้านการลงมติให้อำนาจใช้กำลังทางทหารในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ร่างมตินี้ไม่ผ่านความเห็นชอบ

เจ้าหน้าที่การทูตเผยว่า บาห์เรน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้จัดทำร่างมติเสนอให้อำนาจใช้มาตรการป้องกันทั้งหมดที่จำเป็น เพื่อคุ้มครองการขนส่งเชิงพาณิชย์

โดยบาห์เรน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประเทศอาหรับในอ่าวและสหรัฐฯ ในการผลักดันมติดังกล่าว ก่อนหน้านี้ได้ตัดข้อความที่อ้างถึงการบังคับใช้โดยผูกพันออก เพื่อหวังลดการคัดค้านจากบางประเทศ โดยเฉพาะรัสเซียและจีน

ทั้งนี้ ร่างมติที่รอยเตอร์ได้เห็น ระบุให้ใช้มาตรการดังกล่าว เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน... หรือจนกว่าคณะมนตรีจะมีมติเป็นอย่างอื่น”

ที่มา Reuters และ CNBC


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju