
คลิกที่นี่ เพื่ออ่านรายละเอียด ( PDF ) ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข่าวหรือข้อมูล เรื่อง : ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2568 รายละเอียด : ตามที่บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) ( บริษัทฯ ) ได้นำส่งงบการเงินไตรมาส 3 ปี 2568 ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( ตลาดหลักทรัพย์ฯ ) เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 โดยผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ ได้แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท เวนดิ้ง พลัส จำกัด ( VDP ) รวมถึงมีข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่แน่นอนอย่างมีสาระสำคัญต่อการดำเนินงานต่อเนื่องอันเนื่องมาจากผลการดำ เนินงานของบริษัทฯ สำหรับงวด 3 เดือนและงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2568 และสถานะส่วนของผู้ถือหุ้นตามที่ปรากฏในงบการเงินดังกล่าว นอกจากนี้ งบการเงินไตรมาส 3 ปี 2568 ของบริษัท พลัส เทค อินโนเวชั่น จำกัด (มหาชน) ( PTECH ) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่า 26 ล้านบาทไปจำนองเป็นหลักประกันสินเชื่อของบริษัทฯ ซึ่งมีการผิดนัดชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงิน ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนต่อทรัพย์สินดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดได้เปิดเผยไว้ในงบการเงินเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ครบถ้วน และโปร่งใส สำหรับประกอบการตัดสินใจลงทุน โดยให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 9 มกราคม 2569 บริษัทฯ จึงขอชี้แจงข้อมูลในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้ 1. ความคืบหน้าและกรอบเวลาดำเนินการของกระบวนการตีทรัพย์ชำระหนี้ รวมถึงความคืบหน้าของและการพิจารณาตั้งด้อยค่ารายการที่เกี่ยวข้องกับ VDP 1.1 ความคืบหน้าและกรอบเวลาดำเนินการของกระบวนการตีทรัพย์ชำระหนี้ของ VDP: บริษัทฯ ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงการโอนทรัพย์ชำระหนี้กับ VDP เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบสภาพ ความครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของทรัพย์สินก่อนการรับมอบ ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถดำเนินกระบวนการดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน นับจากวันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว 1.2 ความคืบหน้าของการพิจารณาตั้งด้อยค่าลูกหนี้การค้า ลูกหนี้หมุนเวียนอื่น และเงินกู้ยืมระยะสั้นแก่ VDP: บริษัทฯ ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทางการเงินได้อย่างน่าเชื่อถือ จึงยังไม่ได้รับรู้รายการดังกล่าวในงบการเงิน เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะประเมินผลกระทบที่แน่นอนได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากวันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงฯ 2. การติดตามการชำระหนี้ของ VDP และการบริหารผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทฯ บริษัทฯ เป็นผู้ค้ำประกันให้แก่ VDP ภายใต้สัญญาสินเชื่อหมุนเวียนกับสถาบันการเงิน และสัญญาเช่าซื้อกับเจ้าหนี้หลายรายซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกันรวมถึงได้รับคำฟ้อง/คำพิพากษาในฐานะจำเลยร่วมจากการผ ิดสัญญาเช่า ทั้งนี้ ภาระหนี้รวมดอกเบี้ยคงค้างตามสัญญาดังกล่าวมีมูลค่า 30 ล้านบาท และ 95 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเจ้าหนี้สัญญาเช่าซื้อได้เรียกร้องให้ VDP ส่งมอบตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติคืน หรือชำระราคาแทนตามมูลค่าคงค้างตามสัญญา ในปัจจุบัน ผู้บริหารของบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับ VDP สถาบันการเงิน และเจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาการผิดนัดชำระหนี้อย่างเหมาะสม โดยการเจรจาครอบคลุมถึงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินตามสัญญาเช่าซื้อที่ยังคงมีอยู่ เปรียบเทียบกับภาระหนี้คงเหลือ ตลอดจนการพิจารณาทางเลือกในการชำระหนี้ การส่งคืนทรัพย์สิน การชำระราคาแทน หรือการปรับโครงสร้างและเงื่อนไขของสัญญาเช่าซื้อ บริษัทฯ ตระหนักถึงภาระผูกพันในฐานะผู้ค้ำประกัน และได้ดำเนินการประเมินข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ซึ่งรวมถึง (1) มูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินที่สามารถนำมาใช้ชำระหนี้ (2) ส่วนต่างระหว่างมูลค่าทรัพย์สินกับภาระหนี้คงเหลือ และ (3) เงื่อนไขการชำระหนี้หรือการปรับโครงสร้างหนี้ที่อาจตกลงกับเจ้าหนี้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับการเจรจาเป็นสำคัญ หากทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าเพียงพอ และเงื่อนไขการชำระหนี้หรือการปรับโครงสร้างไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและกระแสเ งินสดของบริษัทฯ บริษัทฯ จะพิจารณาดำเนินการภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม อย่างไรก็ดี เนื่องจากกระบวนการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและการเจรจากับเจ้าหนี้ยังไม่แล้วเสร็จ บริษัทฯ จึงยังไม่สามารถสรุปจำนวนภาระผูกพันที่แน่นอน รวมถึงประเมินผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน และยังไม่มีการรับรู้รายการดังกล่าวในงบการเงิน ณ ปัจจุบัน บริษัทฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด และจะแจ้งข้อมูลที่มีสาระสำคัญต่อนักลงทุนต่อไปตามความเหมาะสม 3. ผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จากการตั้งด้อยค่าและการประมาณการหนี้สิน 3.1 ค่าเผื่อการด้อยค่า ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีลูกหนี้และเงินให้กู้ยืมแก่ VDP ประกอบด้วย - เงินให้กู้ยืม จำนวน 280,044,538.10 บาท - ดอกเบี้ยค้างรับ จำนวน 9,547,032.69 บาท - ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้หมุนเวียนอื่น จำนวน 638,599.82 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 290,230,170.61 บาท ตามบันทึกข้อตกลงโอนทรัพย์ชำระหนี้ ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 VDP ตกลงโอนทรัพย์สินให้แก่บริษัทฯ เพื่อชำระหนี้ โดยทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่า 112,014,145.57 บาท ทั้งนี้ ผลต่างระหว่างมูลหนี้และมูลค่าทรัพย์สินที่บริษัทฯ จะได้รับ คาดว่าจะส่งผลให้บริษัทฯ ต้องบันทึกค่าเผื่อการด้อยค่าประมาณ 178 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสภาพ ความครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของทรัพย์สินก่อนการรับโอนอย่างเป็นทางการ 3.2 หนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 (วันที่ตามสัญญาซื้อขายหุ้น VDP) VDP มีเจ้าหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อจำนวน 5 ราย รวมมูลค่าหนี้ประมาณ 95 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ค้ำประกัน หากบริษัทฯ ประมาณการรับรู้ภาระผูกพันดังกล่าวทั้งหมด บริษัทฯ จะบันทึกหนี้สินจากการค้ำประกันในงบการเงินเป็นจำนวนประมาณ 95 ล้านบาท 3.3 หนี้สินตามสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนกับสถาบันการเงิน ณ วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 VDP มีภาระหนี้ตามสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) รวมมูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ เป็นผู้ค้ำประกัน โดยบริษัทฯ ได้บันทึกหนี้สินจากการค้ำประกันดังกล่าวไว้ในงบการเงินไตมาส 3 ปี 2568 ครบถ้วนแล้ว 4. ความคืบหน้าการบริหารจัดการภาระหนี้และแนวทางดำเนินการของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 3 ปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการหารือและเจรจากับสถาบันการเงินเจ้าหนี้ทุกรายอย่างต่อเนื่องเพื่อปรับโครงสร้างภาระหนี้และบร ิหารจัดการสถานะทางการเงินให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน และรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท ทั้งนี้ บริษัทฯ สามาราถบรรลุข้อตกลงในการแก้ไขสถานการณ์ผิดนัดชำระหนี้กับสถาบันการเงินแล้วจำนวน 2 แห่ง ซึ่งรวมถึงเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายหลักของบริษัทฯ สำหรับภาระหนี้กับสถาบันการเงินอีก 1 แห่ง ตามที่เปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินสำหรับงวด ไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการเจรจาในประเด็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้ำประกันและหลักประกันเงินกู้ โดยแนวทางการพิจารณาของสถาบันการเงินดังกล่าวมีทิศทางเชิงบวก อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงสถานะบัญชีของเงินกู้จะดำเนินการได้ภายหลังจากมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกันครบถ้วน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเจรจากับสถาบันการเงินรายอื่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อพิจารณาปรับเงื่อนไขทางการเงินที่เหมาะสม อาทิ การปรับอัตราดอกเบี้ย การบริหารการรับรู้ดอกเบี้ยและการขอสนับสนุนวงเงินสินเชื่อที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัทย่อย เช่น วงเงินหนังสือค้ำประกัน (L/G) เพื่อรองรับการเข้าร่วมประมูลโครงการและการใช้เป็นหลักประกันสัญญา ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเ งินโดยรวม 5. แนวทางการแก้ไขสถานะส่วนของผู้ถือหุ้น ตามงบการเงินรวมสำหรับงวดไตรมาสที่ 3 ปี 2568 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นของบริษัทใหญ่ติดลบจำนวน 182.2 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงวดไตรมาสที่ 2 ปี 2568 เป็นจำนวน 93.2 ล้านบาท และยังต่ำกว่าหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอเรียนว่า PTECH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในกลุ่ม สามารถดำเนินการเพิ่มทุนได้สำเร็จในเดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวดีขึ้นในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสำหรับไตรมาสที่ 3 ปี 2568 จำนวน 112.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเงินลงทุนจำนวน 155.4 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับมูลค่าทางบัญชีให้สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจที่แท้จริง เพื่อแก้ไขสถานะส่วนของผู้ถือหุ้นให้กลับมาเป็นบวก บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาและศึกษาการปรับโครงสร้างทางการเงิน โดยเฉพาะแนวทางการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการนำเสนอข้อมูลเบื้องต้นต่อ ผู้ลงทุนแล้วในการประชุม Public Presentation ครั้งที่ผ่านมา ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นตอน ความเหมาะสม และผลกระทบที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างบริษัทย่อยเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนการเสริมสร้างฐานะทางการเงินของบริษัทใหญ่ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวกในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯ มีฐานะการเงินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ลงลายมือชื่อ ___________________________ ( นายเอกวิเชียร สุทธิกลัด ) ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุนและนักลงทุนสัมพันธ์ ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ ______________________________________________________________________ สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้ และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้ หากท่านต้องการดูรายละเอียดสารสนเทศฉบับนี้แบบเต็ม โปรดคลิก รายละเอียดแบบเต็ม ๏ปฟ | |
|