บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) จัดทัพนักวิเคราะห์ เปิดมุมมองเศรษฐกิจปี 2026 ชี้การเมืองไทยหลังเลือกตั้งเป็นตัวแปรหลัก เชื่อจัดตั้งรัฐบาลไม่สะดุด ดันความเชื่อมั่น - เศรษฐกิจฟื้น ให้เป้า SET Index ปีนี้ ที่ 1,440 จุด ด้านหุ้นนอกมองกระแส AI ไม่ฟองสบู่ แต่เป็นการลงทุนรอบใหญ่ ที่ยังมีพื้นฐานให้โตต่อ - มองเศรษฐกิจไทยฟื้นรับรัฐบาลใหม่ ให้ SET Index ด้วยเป้าหมาย “1,440 จุด”
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี “Phillip Investment Forum 2026” โดยมีนักลงทุนให้ความสนใจตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 300 คน โดยให้ นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิปประเมินฉากทัศน์การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการจับมือกันระหว่างพรรคแกนนำหลัก (พรรคประชาชน, พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรคเพื่อไทย) ซึ่งล้วนส่งผลให้นโยบายหลักยังคงเน้นการกระตุ้นการบริโภค การลงทุนภาคเอกชน และสนับสนุนการท่องเที่ยว ทั้งนี้ บล.ฟิลลิป ให้เป้าหมายดัชนี SET Index ปี 2569 ไว้ที่ 1,440 จุด บนสมมติฐาน GDP ไทยเติบโต 1.7% โดยได้แรงหนุนสำคัญจาก 2 ปัจจัยบวก คือ ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 35 ล้านคน และ ทิศทางดอกเบี้ยขาลง ที่คาดว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ในช่วงไตรมาสแรกของปี - หุ้นนอก มองกระแส AI ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็นการลงทุนรอบใหญ่ที่มีกระแสเงินสดรองรับ
ในด้านตลาดต่างประเทศ บล.ฟิลลิป ให้มุมมองต่อกระแส AI ว่า “ไม่ใช่ฟองสบู่ แต่เป็นรอบการลงทุนที่มีกระแสเงินสดจริงรองรับ โดยแนะนำกลยุทธ์หมุนเงินลงทุนเข้าสู่ธีม ‘Physical AI’ รวมถึงกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center” - แนะสูตรจัดพอร์ต 50-30-20 พร้อมลุยตลาดปี 2026
เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจ บล.ฟิลลิป แนะนำกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนไตรมาส 1 ปี 2569 โดยแบ่งสัดส่วนดังนี้: Theme Play: 50% (เน้นการเติบโตจากนโยบายรัฐ, ดอกเบี้ยขาลง และธีม AI/Nuclear) - AMATA & GULF: รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนภาคเอกชนและนโยบายภาครัฐชุดใหม่ - BA: รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของการท่องเที่ยวไทย (เป้า 35 ล้านคน) - SAWAD: ได้ประโยชน์เต็มที่จากเทรนด์ดอกเบี้ยขาลงของไทย (คาด กนง. ลด 0.25%) - Nvidia (NVDA) - หุ้นนอก: หุ้นที่ยังเติบโตต่อตามกระแส AI คาดเปิดตัวชิปรุ่นใหม่ "Rubin" ตามแผนรายปีเพื่อทิ้งห่างคู่แข่ง - Vertiv Holdings (VRT) - หุ้นนอก: หุ้นที่เป็นหัวใจสำคัญของ Data Center ซึ่งเชี่ยวชาญด้าน Liquid Cooling และการจัดการ พลังงานให้กับชิปของ AI ทำให้มีโอกาสที่เติบโตได้อีกมาก - ES-GTECH: กองทุนรวมที่เป็นตัวแทน Global Tech เพื่อเกาะกระแส Quality Growth ในตลาดสหรัฐฯ - LHNUKZ: กองทุนรวมที่เป็นตัวแทน Physical AI (พลังงานนิวเคลียร์) ที่เป็นหัวใจสำคัญของ AI Data Center Resilient Play: 30% (เน้นความมั่นคง และกระแสเงินสด) - CPALL: หุ้นแกร่งที่โตได้แม้เศรษฐกิจชะลอตัว และได้ลุ้นมาตรการกระตุ้นการบริโภค - TISCO: หุ้นปันผลสูง (Dividend Play) เพื่อสร้าง Cash Flow เข้าพอร์ต - Novo Nordisk (NVO) - หุ้นนอก: บริษัทยาชั้นนำจากเดนมาร์ก เตรียมเปิดตัวยาใหม่ “CagriSema” คาดอนุมัติให้ใช้ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคืน - SCBGHCA: กองทุน Healthcare ทั่วโลก สร้างเกราะป้องกันด้วยหุ้นกลุ่มสุขภาพที่รายได้ไม่ผันผวนตามวัฏจักร Alternative: 20% (ป้องกันความเสี่ยง) - SCBGOLD: กองทุนทองคำ เพื่อทำหน้าที่เป็น “Strategic Core Holding” ในจังหวะที่ทองคำเป็นขาขึ้นรอบใหญ่ (Supercycle) - เจาะลึก "The New Wealth Code" มองหาบริษัทอยู่รอดยุค AI
นพ - พงศธร ธนบดีภัทร เจ้าของช่องธุรกิจชื่อดัง Nop Pongsatorn มาร่วมบรรยายในหัวข้อ "Special Session: The New Wealth Code" ได้แนะนำให้นักลงทุนใช้ Framework “4 Archetypes” ในการคัดกรองบริษัทในยุค AI ได้แก่ 1. AI Infrastructure Owners หรือผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น NVIDIA 2. AI-First Operators หรือผู้สร้างบริษัทใหม่โดยใช้ AI เช่น Amazon 3. AI-Enhanced Incumbents (บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวโดยใช้ AI มาปรับปรุงกระบวนการทั้งหมด เช่น JPMorgan) และบริษัทที่ต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน 4. AI-Disrupted Companies หรือบริษัทที่โมเดลธุรกิจล้าสมัยไปแล้ว โดยสรุปถึงสิ่งสำคัญที่สุดคือการมองหา "ROAI" (Return on AI) เพื่อวัดว่าบริษัทนั้นใช้ AI สร้างกำไรได้จริงอย่างไร |