ASPS เตือนไทยเตรียมรับแรงกระแทกวิกฤตตะวันออกกลาง จับตาศก.เสี่ยงเข้าภาวะชะงักงัน

รูป ASPS เตือนไทยเตรียมรับแรงกระแทกวิกฤตตะวันออกกลาง จับตาศก.เสี่ยงเข้าภาวะชะงักงัน

efinAI


 

 

ASPS เตือนรับแรงกระแทกวิกฤตตะวันออกกลาง ดันน้ำมันพุ่ง ระยะสั้น หากน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะลุ 100-120 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำราคาขายปลีกปรับขึ้น กระทบต้นทุนขนส่ง - ราคาสินค้า กดดันกำลังซื้อในประเทศ เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจไทยเข้าภาวะ Stagflation ชี้เป้าหุ้นพลังงานต่างชาติทยอยสะสม

 

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS)ประเมินสถานการณ์ว่า ความตึงเครียดที่ขยายวงกว้างไปมากกว่า 10 ประเทศ ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโลก และเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะอุปทานหยุดชะงัก (Supply Shock) ในระดับสูง

 

ปัจจัยหลักที่น่ากังวล

- ความเสียหายรุนแรงของโรงกลั่น ARAMCO ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของซาอุดีอาระเบียหลังเกิดไฟไหม้จากการโจมต

 

- ประเทศกาตาร์ที่ต้องระงับการผลิตที่โรงงาน LNG ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

- การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่รองรับการขนส่งน้ำมันถึง 20% ของโลก แทบจะหยุดสนิทลง

 

- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแทรกแซง โดยจัดให้มีประกันภัยการเดินเรือและส่งกองทัพเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน

 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI เฉลี่ยในเดือนมีนาคม 2569 พุ่งขึ้นถึง 9.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

- หากเกิดเหตุการณ์ Oil Shock ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอีก 20 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจดันให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ ขยับขึ้นเป็น 2.5%

 

- มีโอกาสให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยออกไปอีก

 

 

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

- เสี่ยงเผชิญวิกฤตเงินเฟ้อและ Stagflation ถือเป็นความท้าทายอย่างหนัก

 

- ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางสูง มูลค่าการขาดดุลการค้ากับภูมิภาคนี้ถึง 15,584 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กว่า 72.4% ของการนำเข้าคือพลังงาน

 

- ระยะสั้น 1-3 เดือนข้างหน้า หากราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะลุ 100-120 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ต้องปรับตัวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

- ต้นทุนโลจิสติกส์และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขยับขึ้นทันที ซึ่งจะเข้ามากดดันกำลังซื้อของประชาชน

 

- ระยะยาว ไทยอาจมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจชะลอตัว)

 

- ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงจากดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบหนักขึ้น

 

- บีบให้รัฐบาลต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด (Renewable Energy) เร็วกว่ากำหนด

 

กลยุทธ์การลงทุน

- ต่างชาติทิ้งเอเชียเหนือ สลับซื้อหุ้นพลังงานไทย ใ

 

- ตลาดหุ้นไทยเพิ่งจะปรับฐานลงแรงกว่า 4% จากแรงเทขายของสถาบันในประเทศเกือบ 6 พันล้านบาท

 

- ภาพรวมระดับภูมิภาค กระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ได้เริ่มสลับเม็ดเงินออกจากตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ มาเข้าสะสมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน

 

- ตลาดหุ้นไทย กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (ENERG + PETRO) ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดถึง 31% ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันโลกที่ปรับสูงขึ้น ช่วยพยุงไม่ให้ดัชนีปรับตัวลงลึกเท่าประเทศอื่น

 

- นักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยเข้าซื้อสะสมหุ้นในกลุ่มพลังงาน อาทิ PTT, PTTEP, IVL, PTTGC, BCP รวมถึงหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคาปรับฐานลงมาแรงและน่าสนใจอย่าง AOT, BH, BDMS และ CENTEL

 

" แนะนำให้นักลงทุนติดตามสถานการณ์การตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่านอย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนและกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสมในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้"

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย