SCB EIC จ่อปรับเป้าศก.ไทย - ส่งออก รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง - จับตาสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีนำเข้า

รูป SCB EIC จ่อปรับเป้าศก.ไทย - ส่งออก รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง - จับตาสหรัฐฯปรับขึ้นภาษีนำเข้า

efinAI


 

SCB EIC อยู่ระหว่างทบทวนประมาณการเศรษฐกิจ - ส่งออก ปีนี้ รับผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง อิหร่าน และแนวโน้มภาษีสหรัฐฯ หลังไทยเกินดุลการค้าสหรัฐฯเพิ่มขึ้น จับตาเสี่ยงถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม หลังพ้น 150 วัน เก็บภาษี 10%

 

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เผยแพร่บทวิเคราะห์ เรื่อง " ส่งออก ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่นำเข้าเร่งตัวสูงสุดในรอบ 50 เดือน จับตาผลกระทบสงครามอิหร่านและแนวโน้มภาษีสหรัฐฯ " ว่า ส่งออกไทยเดือน ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่ยังขยายตัวสูง 9.9%YOY มูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชะลอลงจากเดือนก่อนที่เติบโตสูง 24.4%YOY และชะลอลงมากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC และค่ากลาง Reuters Poll มองไว้ 15.8%)

 

- มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วหดตัวแรงจากเดือนก่อน -11.1%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวสูง 17% ก่อนสงครามในอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่ 28 ก.พ.

 

ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นคู่ค้าสำคัญ

 
- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงกว่า 56.8% เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบขยายตัว 49.8% 41.8% 217.6% 251.5% และ 47.1% ตามลำดับ โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโล

 

- การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยไป 11 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัว ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 9.5% หรือเป็นเกือบทั้งหมดของการเติบโตส่งออกรวม 9.9%

 

- การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 40.5% ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 97.8% และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัวได้ 9.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้าสูง 19% (ก่อนภาษีลดลงเหลือ 10% ภายใต้มาตรา 122 หลังศาลฎีกาตัดสินให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้า

 

- สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการขยายตัวดี ทั้งนี้การส่งออกไปสหรัฐฯ ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 7.3% ของการเติบโตส่งออกรวม 9.9%
ส่งออกทองคำขยายตัวเพียง 18.2% ชะลอลงมากจากที่เติบโตสูง 136.2% ในเดือนก่อน ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับลดลงในเดือนนี้ การส่งออกทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง (CTG) 0.5% เทียบกับที่เคยสนับสนุนส่งออกได้มากถึง 2.7% ในเดือนก่อน
 

 

SCB EIC มองการค้าระหว่างประเทศของไทยปีนี้มีปัจจัยภายนอกกดดันเพิ่ม สงครามตะวันออกกลางและภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยิ่งซ้ำเติมการขาดดุลการค้า

 สงครามตะวันออกกลาง : แม้ส่งออกไทยในภาพรวมอาจได้รับผลกระทบโดยตรงค่อนข้างจำกัด เนื่องจากพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางน้อย (3.7% ของมูลค่าส่งออกไทยปี 2025) แต่บางอุตสาหกรรมอาจได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะตลาดส่งออกกระจุกตัวในตะวันออกกลาง เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (18.2% ของมูลค่าส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ทั้งหมด) ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง (15.4%) ข้าว (13.4%) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (13.1%)

 

- ส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลง โดยเฉพาะตลาดเอเชียและยุโรปที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าจากตะวันออกกลางสูง (สัดส่วน 65% ของตลาดส่งออกไทย) อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าส่งออกไทยที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น เช่น ปาล์ม มันสำปะหลัง น้ำตาล ยางพารา

 

- ดุลการค้าไทยมีแนวโน้มแย่ลงตามราคาพลังงาน เนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงราว 8% ของ GDP และมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางถึง 59% ของทั้งหมด

 

- ราคาวัตถุดิบนำเข้าอื่น ๆ และต้นทุนค่าขนส่งสินค้ายังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมแนวโน้มขาดดุลการคลังที่มีอยู่เดิมหลังวิกฤติโควิด โดยเฉพาะจากการนำเข้าจากจีนที่สูงขึ้นมาก กดดันอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

 

ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 : แม้ส่งออกไทยในระยะสั้นอาจได้แรงหนุนจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงเหลือ 10% หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าคู่ค้า รัฐบาลสหรัฐฯ จึงเปลี่ยนไปใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของ The Trade Act of 1974 แทน โดยประกาศเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน (เริ่มวันที่ 24 ก.พ. ถึง 24 ก.ค.)

 

- สหรัฐฯ เพิ่งประกาศเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 12 มี.ค. จะสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้าภายใต้มาตรา 301 ของ The Trade Act of 1974 ภายใต้ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ซึ่งไทยอยู่ใน 16 ประเทศคู่ค้าที่ถูกสหรัฐฯ สอบสวน
 

 

- SCB EIC พบว่าสหรัฐฯ ขาดดุลการค้าไทยเพิ่มขึ้นในปี 2025 โดยไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 ของประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงที่สุด จากเดิมอยู่อันดับ 10 ในปี 2024 สถานการณ์นี้สะท้อนว่าไทยมีความเสี่ยงสูงที่อาจถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมหลังเดือน ก.ค. ภายใต้มาตรา 301 นี้ได้หลังการสวบสวน

 

ในการแถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศเดือน ก.พ. 2026 ครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เผยแพร่ประมาณการมูลค่าการส่งออกไทยปี 2026 ล่าสุด แบ่งได้ 3 กรณี คือ

- กรณีดีที่สุด : 1.1%YOY

- กรณีฐาน : -1% YOY

- กรณีแย่ที่สุด : -3%YOY
 

- SCB EIC อยู่ระหว่างการทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2026 ทิศทางมูลค่าส่งออกและนำเข้า ภายใต้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น โดยจะเผยแพร่ประมาณการใหม่ในช่วงปลายเดือน มี.ค. นี้

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย