บล.เมย์แบงก์ ชี้ ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังแข่งขันรุนแรงขึ้น หลัง Red Bull ลดราคาสินค้าเหลือ 10 บาทต่อขวด กดดันส่วนแบ่งตลาด OSP - CBG มอง ICHI เด่นจากดีมานด์ชาพร้อมดื่มโตต่อเนื่อง บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) มีมุมมอง ระมัดระวังต่อแนวโน้มกำไรกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง หลังการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศรุนแรงขึ้น โดยปรับคำแนะนำ OSP เป็น “ถือ” ราคาเป้าหมาย 15.10 บาท คง “ถือ” CBG ที่ 36 บาท - ให้น้ำหนักบวกกับ ICHI คาดกำไรปี 69 เติบโตจากความต้องการชาพร้อมดื่มที่เพิ่มขึ้น มีปันผลน่าสนใจราว 8% - การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น หลัง TCP Group ผู้ผลิตแบรนด์ Red Bull ปรับลดราคากระทิงแดงคลาสสิกจาก 12 บาท เหลือ 10 บาทต่อขวด ตั้งแต่ 5 มี.ค. - การลดราคาดังกล่าวอาจช่วยดึงส่วนแบ่งตลาดกลับจาก OSP และ CBG ทำให้การเติบโตของยอดขายในประเทศปี 69 มีความท้าทายมากขึ้น - ตลาดต่างประเทศยังเผชิญแรงกดดัน โดยในเมียนมา การทำตลาดเชิงรุกของ CBG อาจกระทบต่อ OSP - ในกัมพูชา การแบนสินค้าจากไทยยังอาจกดดันยอดขายของ CBG ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 - กลยุทธ์ CBG ยังคงเป้ารายได้เดิม หวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดผ่านรสชาติสินค้า การขยายช่องทางจำหน่าย - OSP เดินหน้ากลยุทธ์พรีเมียม เพิ่มฟังก์ชันสินค้าในระดับราคา 12 บาท เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ราคา 15 บาท - นักวิเคราะห์กังวลว่ากลยุทธ์พรีเมียมอาจเผชิญความท้าทาย จากตัวเลือกสินค้าราคาถูกที่เพิ่มขึ้นในตลาด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจ กำลังซื้อผู้บริโภคยังอ่อนแอ - CBG ตั้งเป้ายอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศเติบโต 20% มีส่วนแบ่งตลาด 32% - OSP ตั้งเป้าเติบโต 1–5% ในปี 2569 - เมย์แบงก์ มองว่าการลดราคาของ TCP อาจทำให้เป้าหมายดังกล่าวทำได้ยากขึ้น - คาดว่ายอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศของ OSP ปีนี้จะเติบโตเพียง 1% ส่วน CBG อาจหดตัว -2% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของตลาดรวมที่คาดไว้ราว 2–3% |