NOBLE เผยปี 69 เปิด 4 โครงการใหม่ - รุกตลาดกลุ่มเช่าซื้อ พร้อมโชว์ Backlog เกือบ 2.2 หมื่นลบ.

รูป NOBLE เผยปี 69 เปิด 4 โครงการใหม่ - รุกตลาดกลุ่มเช่าซื้อ พร้อมโชว์ Backlog เกือบ 2.2 หมื่นลบ.

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มี.ค. 69 10:59 น.

 

NOBLE กางแผนปี 69 เตรียมเปิด 4 โครงการใหม่ - รุกตลาดกลุ่ม เช่าพร้อมสิทธิในการซื้อมากขึ้น พร้อมโชว์ Backlog เกือบ 2.2 หมื่นลบ. ฟากงบปี 68 มีกำไรเกือบ 600 ลบ. โต 37%

 

นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยทิศทางธุรกิจปี 69 บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ 4 โครงการ ครอบคลุมทั้งแนวสูงและแนวราบในทำเลศักยภาพ เดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light อย่างต่อเนื่อง

 

- บริษัทฯ ยังมีแผนนำที่อยู่อาศัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมเข้าอยู่อาศัยบางส่วน มาพัฒนาเป็นทางเลือกการเช่าพร้อมสิทธิในการซื้อในอนาคต (Rent to Own) เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

- บริษัทยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่างชาติ ทั้งการรักษาตลาดหลักและรุกสู่ตลาดศักยภาพใหม่

 

- ผลการดำเนินงานปี 68 มีกำไรสุทธิ 593.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light Model และการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการบันทึกกำไรพิเศษจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการนิว เอปิค อโศก–พระราม 9 ให้กับพันธมิตรอย่าง STECX ในช่วงไตรมาส 3 ควบคู่กับการทยอยรับรู้รายได้ จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์รวม 4 โครงการ ได้แก่ โครงการนิว อีโว อารีย์, โครงการโนเบิล ฟอร์ม ทองหล่อ, โครงการโนเบิล ครีเอท และโครงการนิว ริเวอร์เรสต์ ราษฎร์บูรณะ

 

- ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของทั้ง 4 โครงการนี้มูลค่ารวมกว่า 3,370 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัทฯ ทั้งปีอยู่ที่ 7,820 ล้านบาท

 

- ยอด Backlog จาก 4 โครงการดังกล่าว ณ สิ้นปี 2568 ประมาณ 5,200 ล้านบาท ที่จะทยอยโอนต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมี Inventory พร้อมขายและพร้อมโอนมูลค่าประมาณ 9,100 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเสริมความต่อเนื่องของรายได้และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต

 

- ทั้งบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ณ สิ้นปีจำนวน 21,993 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 69 เป็นต้นไป

 

- บริษัทสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) ลงเหลือ 1.71 เท่า จาก 2.15 เท่าในปีก่อนหน้า สะท้อนการบริหารสภาพคล่องและโครงสร้างเงินทุนอย่างรอบคอบ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการจำหน่ายเงินลงทุนในโครงการนิว เอปิค อโศก–พระราม 9 ช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระหนี้สินลงอย่างมีนัยสำคัญ

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

สุรเมธี มณีสุโข

สุรเมธี มณีสุโข

บรรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย