โบรกฯ มองหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันระยะสั้น ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน กดดัชนีเสี่ยงปรับฐาน 5–10% ทดสอบ 1,400–1,450 จุด หากยืดเยื้อ แต่ถ้าคลี่คลาย ลุ้นเห็นเงินทุนต่างชาติไหลเข้า หนุน SET ฟื้น 1,570–1,670 จุด แนะสะสมหุ้นพลังงาน สื่อสาร ท่องเที่ยว BLS Wealth Research มอง ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันความขัดแย้งสหรัฐฯ–อิหร่าน ทำให้เกิดความผันผวนในระยะสั้น เพิ่มความไม่แน่นอนต่อทิศทางเศรษฐกิจ เงินทุนเคลื่อนย้าย - บทเรียนจากสงครามในอดีต อ้างอิงเหตุการณ์ สงครามอิรัก-คูเวต, สงครามสหรัฐฯ-อิรัก, สงครามรัสเซีย-ยูเครน ,ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล พบราคาน้ำมันมักปรับขึ้นเฉลี่ย 9% ใน 2 สัปดาห์แรก และ 13% ภายใน 1 เดือน - SET มีโอกาสปรับฐานราว 4–5% ในสัปดาห์แรก แต่กลุ่มพลังงาน สื่อสาร และโรงพยาบาลมักให้ผลตอบแทนดีกว่า  - กรณีเลวร้าย สงครามยืดเยื้อ หากสถานการณ์บานปลาย อาจเห็น SET ปรับฐาน 2–4 สัปดาห์ มี downside 5–10% ดัชนีอาจลงทดสอบบริเวณ 1,400–1,450 จุด ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ระยะเวลาของเหตุการณ์ - โอกาสฟื้นตัวเมื่อแรงกดดันคลี่คลาย หากคู่ขัดแย้งเข้าสู่โต๊ะเจรจา ตลาดมีโอกาสกลับสู่ขาขึ้น ได้แรงหนุนจากกำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัว ฟันด์โฟลว์ต่างชาติที่มักไหลเข้าต่อเนื่องเฉลี่ย 10 เดือน มูลค่าราว 1.6 แสนล้านบาท พร้อม Earning Yield Gap ลดลงสู่ 3% - สถิติฟันด์โฟลว์ในอดีต 3 รอบล่าสุด (ปี 2016, 2019 และ 2021–2023) ต่างมีเงินไหลเข้าเฉลี่ย 10 เดือน ซื้อสุทธิราว 1.6 แสนล้านบาท และ Earning Yield Gap ลดลงแตะ 3% ก่อนจบรอบ สะท้อนโอกาสเข้าต่อหากปัจจัยหนุนชัดเจน - ความต่างตามวัฏจักรเศรษฐกิจโลกอหากภาคการผลิตโลก และกำไร SET ฟื้นตัว ฟันด์โฟลว์จะไหลเข้านานขึ้นเฉลี่ย 12 เดือน วงเงินราว 2 แสนล้านบาท Earning Yield Gap อาจลดถึง 2.7% แต่หากเศรษฐกิจอ่อนแอ เงินจะไหลเข้าสั้นเพียง 4 เดือน จบรอบเร็วกว่า - เป้าหมายดัชนีปี 2569 กรณีฐาน (GDP โต 1.8%) ประเมิน SET มีโอกาสแตะ 1,570 จุด หาก Earning Yield Gap ลดเหลือ 4% จาก 4.4% ปัจจุบัน - กรณีดีที่สุดอาจเห็น 1,670 จุด หากเศรษฐกิจฟื้นดีกว่าคาด - กลยุทธ์การลงทุน BLS แนะนำรอสะสมช่วงตลาดปรับฐาน เน้นหุ้นเป้าหมายฟันด์โฟลว์ที่ราคายังต่ำมูลค่า เช่น Bangkok Dusit Medical Services (BH), CP All, Central Pattana Minor International บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินผลกระทบคล้ายอดีต ระยะสั้น SET มีแนวโน้มผันผวนทางลบก่อนฟื้นตัว ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้น แต่ความแรงอาจไม่มากหากตลาดรับรู้ข่าวล่วงหน้าแล้ว กลุ่มเด่น–กลุ่มอ่อนแอ - ช่วงสงคราม กลุ่มพลังงาน หุ้นปลอดภัย (สื่อสาร/การแพทย์) มัก Outperform ส่วนบรรจุภัณฑ์ รับเหมา ปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง มัก Underperform จากต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ระยะกลาง กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่งมีโอกาสฟื้นหลังความเชื่อมั่นกลับมา 
|