| สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส | ซื้อ | 34.5 | | บล.ทิสโก้ | ซื้อ | 32 | | บล.เคจีไอ | ซื้อ | 28.5 | | บล.เอเซียพลัส | ซื้อ | 26.5 | | บล.ดาโอ | ซื้อ | 26 | สรุปปัจจัยบวก+ กำไรปกติใน 1Q69 อยู่ในกรอบ 144 - 145 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งประมาณ 188 - 190% YoY (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + รายได้ธุรกิจโรงแรมเติบโตได้ดี โดย RevPAR (รายได้ต่อห้องพัก) ภาพรวมเพิ่มขึ้น 7 - 10% YoY หนุนจาก ADR (ราคาห้องพักเฉลี่ย) ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในไทยที่ RevPAR พุ่งสูงถึง 15 - 19% YoY หลังรีโนเวทโรงแรม (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + ต้นทุนทางการเงินหรือดอกเบี้ยจ่ายลดลงประมาณ 6% YoY เหลือราว 2.26 พันล้านบาท จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงและการบริหารจัดการหนี้ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ดาโอ) + ธุรกิจร้านอาหารในจีนเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวโดดเด่น โดย SSSG ในจีนโตถึง 8.6% YoY (บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้) + ความแข็งแกร่งจากการมีพอร์ตโรงแรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะในยุโรปที่เข้าสู่ช่วง High Season ในไตรมาส 2 และยังเห็นยอดจองล่วงหน้า (OTB) เติบโตได้ราว 2% YoY (บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) + Valuation ปัจจุบันอยู่ในระดับที่จูงใจ (Laggard) เมื่อเทียบกับกลุ่ม โดยมี EV/EBITDA ต่ำเพียง 4.2 เท่า และมี Dividend Yield ประมาณ 3.7% (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) + ได้รับ Sentiment เชิงบวกจากการที่มีกลุ่มทุนใหญ่อย่าง GULF Holding เข้ามาถือหุ้นใหญ่เป็นอันดับที่ 16 (บล.ดาโอ) สรุปปัจจัยลบ- กำไรปกติ 1Q69 ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ (Consensus คาด 185 ล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันเชิง Sentiment ต่อราคาหุ้นในระยะสั้น (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) - แนวโน้มผลประกอบการใน 2Q69 อาจอ่อนตัวลง YoY เนื่องจากฐานที่สูงในปีก่อน และผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กดดันการเดินทาง (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เอเซียพลัส) - ยอดจองล่วงหน้า (OTB) ใน 2Q69 ของโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลง โดยไทยลดลง 3% ถึงเลขหลักเดียวระดับสูง และมัลดีฟส์ลดลง 9% ถึงเลขหลักเดียวระดับต่ำ (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.เอเซียพลัส, บล.ดาโอ) - ความสามารถในการทำกำไร (EBITDA Margin) ลดลงเหลือประมาณ 20.9 - 23.1% (ลดลงจากปีก่อนที่ 22.1 - 22.8%) ผลจากค่าแรงในยุโรปและออสเตรเลียที่สูงขึ้น รวมถึงราคากาแฟและวัตถุดิบอาหารที่เพิ่มขึ้น (บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส, บล.เคจีไอ, บล.ทิสโก้) - ภาระค่าเช่าในยุโรปมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนโครงสร้างสัญญาเช่าจากแบบคงที่เป็นแบบผันแปร ซึ่งอาจส่งผลลดทอนกำไรหลักอย่างต่อเนื่อง (บล.เอเซียพลัส, บล.ทิสโก้) - คาดจะมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นราว 75 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อไถ่ถอน Perpetual Bond ก่อนจัดตั้ง REIT (บล.เอเซียพลัส) |