บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ที่ปรึกษาชั้นนำด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันระดับองค์กร (Digital Enterprise Transformation) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ บริษัทใหญ่ 81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% (YoY) ท่ามกลางปัจจัยลบและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก สะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังการปรับโครงสร้างองค์กรในปีที่ผ่านมา รวมถึงความต้องการด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง เพื่อรองรับโมเดลธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ ๆ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ที่ผ่านมา เป็นผลจาก Seasonal Effect ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านงบประมาณประจำปีขององค์กรลูกค้าและการเริ่มต้นดำเนินโครงการใหม่ อีกทั้งเป็นช่วงวางแผนงานและการเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าผลประกอบการในภาพรวมของปีนี้จะเติบโตตามเป้าหมาย 20% สะท้อนผ่านมูลค่าสัญญาการให้บริการคงเหลือของกลุ่มบริษัทฯ (Backlog) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่งถึง 1,136 ล้านบาท (รวมแบ็กล็อกของกิจการร่วมทุน) ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ 875 ล้านบาท ภายในปีนี้ ประกอบด้วยรายได้จากบริษัทแม่และบริษัทย่อยจำนวน 542 ล้านบาท และจากกิจการร่วมทุนจำนวน 333 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2570 – 2573 นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะการรักษาระดับการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในส่วนของภาพรวมที่เหลือของปี สภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางและผันผวน ส่งผลให้ภาคธุรกิจมุ่งเน้นการลงทุนที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการทำงาน สนับสนุนการเติบโตในอนาคต ตลอดจนค้นหาวิธี เพื่อลดต้นทุนจากการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้ การลงทุนด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ภาคธุรกิจต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องแน่นอน “การสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง (Robust Digital Ecosystem) ภายใต้การจัดสรรงบประมาณด้านเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด (Digital Investment Optimization) จะเป็นหมุดหมายสำคัญขององค์กรยุคใหม่ ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้นั้น ธุรกิจต้องสามารถเชื่อมโยงระบบภายในและภายนอก รวมถึงเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมได้แบบไร้รอยต่อ ปลอดภัย และยืดหยุ่น ซึ่งความซับซ้อนในระดับยุทธศาสตร์นี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อบลูบิค ซึ่งเป็นบริษัทไทยแห่งเดียวที่มีโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งบริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการวางระบบอย่าง มีกลยุทธ์ (Strategic Implementor) ที่มีกำลังพลมากพอสำหรับรองรับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่และต้องการ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อาทิ AI Transformation, การยกระดับระบบเดิมให้ทันสมัยและย้ายฐานข้อมูลสู่ระบบคลาวด์ (App & System Modernization / Cloud Migration), การออกแบบสถาปัตยกรรมและวางโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล และการพัฒนา Super App” นายพชร กล่าว นอกจากนี้ บริษัทฯ ระบุว่า ปัจจัยที่เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตปีนี้ ยังมีรากฐานสำคัญมาจากระบบการบริหารจัดการภายในขององค์กรที่คล่องตัวขึ้น และการเปิดตัว บริษัท บลูบิค ดิจิทัล จำกัด ที่ให้ความสำคัญประสิทธิภาพผ่านรูปแบบการทำงานแบบรวมศูนย์ (Centralization) เพิ่มขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนา (Research & Development) รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถส่งมอบบริการที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจ ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดให้แก่องค์กรลูกค้า ปัจจุบันกลุ่มบลูบิคมีผู้เชี่ยวชาญรวมกว่า 1,000 ราย โดยกว่าครึ่งเป็นบุคลากรภายใต้ บลูบิค ดิจิทัล และมีแผนขยายทีมเพิ่มขึ้นอีก 10% ภายในปีนี้ ควบคู่กับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานผ่านการ Upskill และ Reskill พนักงาน ตั้งเป้าเพิ่ม Staff Utilization Rate จากเดิม 60% เป็น 70% ในปีนี้ เพื่อรองรับโครงการขนาดใหญ่ที่มี ความซับซ้อนสูง และความต้องการของตลาดในและต่างประเทศจากเดิมที่มีข้อจำกัดด้านกำลังพลในปีที่ผ่านมา “ล่าสุดบริษัทฯ มีการแต่งตั้งผู้บริหารตำแหน่ง Chief Partner Officer ดังนั้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในปีนี้จะมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมายการเป็น Strategic Tech Enabler ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชันใหม่ ๆ ที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) และขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ รวมถึงการขยายตัวผ่านกลยุทธ์การควบรวมกิจการ (Mergers and Acquisitions หรือ M&A) หรือกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ JV) เพื่อสร้างฐานรายได้ที่แข็งแกร่งและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในระยะยาว” นายพชร กล่าวปิดท้าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ สามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ Website : www.bluebik.com หรือติดตามข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดียได้ที่ Facebook Page : Bluebik Group และ LinkedIn : Bluebik Group |