SPALI กางแผนปี 69 ยอดขาย 4.5 หมื่นลบ.เปิด 28 โครงการใหม่ ผนึกพันธมิตรจีน รุกธุรกิจคลังสินค้า

รูป SPALI กางแผนปี 69 ยอดขาย 4.5 หมื่นลบ.เปิด 28 โครงการใหม่ ผนึกพันธมิตรจีน รุกธุรกิจคลังสินค้า

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -27 ม.ค. 69 16:57 น.

 

SPALI เดินเกมรับเศรษฐกิจผันผวน ปี 69 ตั้งเป้ายอดขาย 4.5 หมื่นล้านบาท เปิด 28 โครงการใหม่ รวมมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท ชูฐานะการเงินแกร่ง เดินหน้าขยายพอร์ตใหม่ ผนึกพันธมิตรจีน รุกธุรกิจคลังสินค้า มูลค่าลงทุน 1.6 พันลบ. กระจายความเสี่ยง-สร้างรายได้ใหม่  

 

ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่า ในปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายรวม ทั้งในประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียที่ 45,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเป้ายอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท และเป้ายอดขายจากประเทศออสเตรเลีย 15,000 ล้านบาท

 

ขณะเดียวกันบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวม  37,500 ล้านบาท  แบ่งเป็นตั้งเป้ารายได้ในประเทศไทย 27,000 ล้านบาท และเป้ารายได้จากประเทศออสเตรเลียประมาณ 10,500 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนการเติบโตอย่างสมดุล ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพโครงการพร้อมขาย เปิดตัวโครงการและขยายจังหวัดใหม่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการพัฒนาธุรกิจหลากมิติ ควบคู่ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 98,000 ล้านบาท พร้อมต้นทุนทางการเงินต่ำ สะท้อนความพร้อมในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

 

ปี 2569 เป็นปีที่มีทั้งสัญญาณบวกและความท้าทายพร้อมกัน โดยเศรษฐกิจยังเติบโตได้ แม้ชะลอลง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำลง และดอกเบี้ยนโยบายเริ่มมีทิศทางผ่อนคลาย แต่ด้านหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ทำให้กำลังซื้อและความสามารถในการกู้ต้องบริหารอย่างระมัดระวัง

 

"นี่คือบริบทที่ทำให้บริษัทฯ ‘ต้องแม่น’ กับการบริหารธุรกิจอย่างดีในทุกมิติ ทั้งด้านสินค้า ทำเล ราคา การดูแลหลังการขาย และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ เพื่อเสริมความมั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการเสริมโครงสร้างธุรกิจผ่านการบริหารพอร์ตสินค้า การพัฒนาโครงการในจังหวัดที่มีศักยภาพ รวมถึงการยกระดับสินค้าและบุคลากรในองค์กร เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน"

 

ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ SPALI กล่าวว่า ปี  2569 จะเป็น Year of Strength ที่เดินหน้าอย่างมั่นคงบนฐานที่พร้อมกว่าเดิม กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ เป้าหมายยอดขายในประเทศไทย 30,000 ล้านบาท มูลค่าโครงการเปิดใหม่ 35,000 ล้านบาท และงบซื้อที่ดิน 8,000 ล้านบาท เพื่อสร้างความต่อเนื่องของพอร์ตโครงการ พร้อมวางแผนเปิดโครงการใหม่รวม 28 โครงการ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ–ปริมณฑลและภูมิภาค

 

  บริษัทฯ ต่อยอดกรอบคิดเดียวกันสู่ Global Driven โดยชูออสเตรเลียเป็นตลาดต่างประเทศที่เห็นศักยภาพ ปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายที่ 15,000 ล้านบาท เน้นบริหารพอร์ตให้ “สมดุล” และเลือกโครงการที่ตอบโจทย์ดีมานด์จริง เพื่อให้รายได้ต่างประเทศเป็นฐานที่มีคุณภาพและช่วยเสริมเสถียรภาพบริษัทฯ ในระยะยาว

 

  ปัจจุบันได้กระจายการลงทุนในออสเตรเลียหลายรัฐ  เตรียมเปิดอีก 1 โครงการในเมืองเมลเบิร์น ทำให้พอร์ตโครงการรวมอยู่ที่ 25 โครงการ ครอบคลุม 4 รัฐ 6 เมือง รวมมูลค่า 176,500 ล้านบาท (ตามสัดส่วนการถือหุ้นของศุภาลัย) ซึ่งสะท้อนความพร้อมในการขยายการลงทุนอย่างเหมาะสมตามสภาพตลาดในแต่ละพื้นที่

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาการทำงานในรูปแบบ Data Driven ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ “The Data Frontier” หรือศูนย์กลางข้อมูลขององค์กร (Central Brain) พร้อมวางกรอบ Data Governance ที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ 

 

ขณะเดียวกัน ยังนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน “SABAI” โดยเตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่กว่า 35 ฟีเจอร์ สะท้อนความมุ่งมั่นของศุภาลัยในการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา

 

 SPALI ยังดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่าน 5 แนวทางหลัก ได้แก่ การออกแบบโครงการให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศตั้งแต่ต้นทาง (Comprehensive Design), Waste Management, Smart Energy, การเลือกใช้วัสดุอย่างรับผิดชอบ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ควบคู่แผนระยะยาวด้าน Green Operations และการใช้พลังงานสะอาด โดยวางโรดแมปสู่ปี 2030 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 (ขอบเขต 1 และ 2) เพื่อเสริมความแข็งแรงของธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

 

 ในปีนี้ บริษัทเดินหน้าขยายสู่ธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจให้เช่า และธุรกิจคลังสินค้า มีแผนพัฒนาโครงการคลังสินค้าในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี บนที่ดินกว่า 200 ไร่ ใช้งบก่อสร้างประมาณ 1,400 ล้านบาท จัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน มูลค่าโครงการรวมที่ดินราว 1,600 ล้านบาท โดย “เอยู กรุ๊ป” พันธมิตรจากจีน ถือหุ้น 49% และ SPALI ถือหุ้น 41% และพันธมิตรรายบุคคลอีก 10% ซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว ลูกค้าหลักเป็นกลุ่มจีน 100% โครงการจะรองรับทั้งคลังสินค้าและการผลิตอุตสาหกรรมเบา เริ่มก่อสร้างในเดือนกุมภาพันธ์นี้ หลังได้ผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้ว

 

สำหรับรายได้จากธุรกิจให้เช่า ปัจจุบันยังมีสัดส่วนไม่มาก แต่มีศักยภาพเติบโตในอนาคต โดยจะขยายไปสู่คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรม และโลจิสติกส์ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายแหล่งรายได้ใหม่ คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าคลังสินค้าในปี 2570 ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากการให้เช่าคอนโดมิเนียมและโรงแรมรวมราว 1 พันล้านบาทต่อปี เมื่อเทียบกับรายได้รวมทั้งปีที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท ยังถือเป็นสัดส่วนที่ไม่สูง

  

ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ยังไม่ได้พัฒนาอีกกว่า 10 แปลง รวมถึงที่ดินในหัวเมืองต่างจังหวัดอีกกว่า 10 แปลง เพียงพอรองรับการเปิดโครงการใหม่ไปจนถึงปี 2570 โดยไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อที่ดินเพิ่มเติม แม้จะมีผู้เสนอขายที่ดินเข้ามาทุกเดือนก็ตาม

 


นายไตรเตรชะ กล่าวว่า สิ้นปี 2568 บริษัทมีแบ็กล็อกมูลค่า 14,000 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ราว 7,000 ล้านบาท โดยมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวมาระยะหนึ่งน่าจะผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และไม่น่าจะแย่ไปกว่าปี 2568

 

ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถทำผลงานได้ดีกว่าปีก่อนหน้าไม่ยาก และเป็นปีที่ศุภาลัยมีโอกาสเติบโตได้อย่างแข็งแรง จากฐานะการเงินที่พร้อมรองรับการขยายธุรกิจในทุกมิติ

 

พร้อมคาดการณ์ปี 2569 เศรษฐกิจไทยขยายตัว 1.5% อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% เงินเฟ้อ 0.3% ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 86-87% ส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จำเนียร พรทวีทรัพย์

จำเนียร พรทวีทรัพย์

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย