หุ้นส่งออกรับอานิงส์ หลัง `ทรัมป์` ขยับภาษีการค้าเป็น 15% จับตาไม่แน่นอนระยะข้างหน้า

รูป หุ้นส่งออกรับอานิงส์ หลัง `ทรัมป์` ขยับภาษีการค้าเป็น 15% จับตาไม่แน่นอนระยะข้างหน้า

efinAI


 

 

โบรกฯ มองระยะสั้น สินทรัพย์เสี่ยงได้แรงหนุนจากมาตรการภาษีสหรัฐฯที่ลดลง หลัง "ทรัมป์" ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% หนุนส่งออกไทยได้เปรียบ - หุ้นส่งออกรับอานิงส์ จับตาอีก 5 เดือนข้างหน้า หากสหรัฐฯ ใช้กฎหมายภาษีอื่นมาใช้

 

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ประกาศยกเลิกภาษี "ทรัมป์"

- ศาลฎีกาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ ในคำตัดสินความยาว 170 หน้า ศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด

 

- ยกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้สำหรับมาตรการคว่ำบาตรและการควบคุมเงินทุนในช่วงที่เกิดภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับภัยคุกคามจากต่างประเทศ

 

- คำวินิจฉัยของศาลฎีกาจะทำให้ รัฐบาลสหรัฐต้องคืนเงินภาษีมูลค่ากว่า 1.335 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 4.2 ล้านล้านบาท ที่ได้เรียกเก็บจากบริษัทหรือประเทศที่ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้

 

- ภาษีศุลกากรสหรัฐยังคงมีความไม่แน่นอน โดยทรัมป์และทีมงานอาจมีการนำมาตรการภาษีกลับมาใช้อีกครั้งผ่านกลไกทางกฎหมายอื่น ๆ

 

- บริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกได้ยื่นฟ้องเรียกร้องขอคืนภาษีที่ได้ชำระไปแล้ว โดยนักเศรษฐศาสตร์จาก Penn Wharton Budget Model เตือนว่า มีความเสี่ยงที่รัฐบาลสหรัฐอาจต้องคืนเงินภาษีกว่า 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

 

"ทรัมป์" เก็บภาษี 15% ทั่วโลก หนุนไทยได้เปรียบ-หุ้นส่งออกได้ประโยชน์

- บล.ดีบีเอสวิเคอร์ส์ ชี้ทรัมป์ประกาศใช้มาตรา 122 โดยเก็บภาษีศุลกากรนำเข้า 15% กับทุกประเทศทั่วโลก นับเป็นบวกระยะสั้นกับไทยเพราะก่อนหน้าอัตราภาษีสูงกว่าที่ 19% และทุกประเทศได้รับผลกระทบภาษีเท่ากันที่ 15% ทำให้ความได้เปรียบเสียเปรียบจะจำกัดมากขึ้น (ในกรณีที่ไม่มีการใช้มาตราอื่นในการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม) ซึ่งก็ยังไม่แน่นอน

 

- ระยะสั้นหุ้นที่จะได้ประโยชน์ ได้แก่ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มส่งออก โดยบริษัทจดทะเบียนที่ส่งออกไปตลาดสหรัฐมาก ได้แก่ TU, ITC, ASIAN, AAI, CFRESH เป็นต้น รวมถึง กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการส่งออกไปตลาดสหรัฐบางส่วน เช่น DELTA, HANA, KCE, CCET, SVI กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ได้แก่ AH, SAT, STANLY เป็นต้น กลุ่มเกษตรแปรรูป เช่น STGT เป็นต้น

 

- ยังมีกลุ่มและบริษัทที่ได้อานิสงส์จากบรรยากาศการค้าที่ดีขึ้น ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, WHA, ROJNA เป็นต้น และกลุ่มขนส่ง & โลจิสติกส์ เช่น PSL, TTA, RCL, SINO (รายได้ขนส่งทางทะเลไปทวีปอเมริกาเหนืออยู่ที่ประมาณ 70-80% ของรายได้รวม) เป็นต้น

 

สินทรัพย์เสี่ยงมีแรงหนุนจากภาษีที่ลดลง

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองระยะสั้นเป็นบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงจากภาษีที่ลดลง แต่ระยะกลางความผันผวนจะสูงขึ้น จากอาจมีมาตรการอื่นทีรุนแรงกว่าเดิมออกมาใช้

 

คาด SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หนุนจากภาษีทรัมป์ที่ลดลง อย่างไรก็ ตามอาจมีมาตรการภาษีที่รุนแรงตามมาหลังจากนี้ ซึ่งน่าจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดได้

 

- กระแส Fund Flow ยังไหลเข้าแต่ชะลอลง ทําให้ยังคงต้องระวังดัชนีชะลอตัวสั่นตาม แนวต้าน ประเด็นติดตามวันนี้ ความคืบหน้าการเมือง รวมทั้ง การรายงานยอดส่งออก-น่าเข้า ม.ค. ของไทย ทางเทคนิค

 

- ดัชนีมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ยังติดแนวต้านบริเวณ 1495/1505 หากไม่ผ่านต้องระวังการพักตัวอีกครั้ง แนวรับประเมินที่ 1,465/1,455 จุด

 

จับตา TU รับแรงหนุนออเดอร์ครึ่งปีแรก

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มอง TU มีแรงหนุน ปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากสหรัฐปรับเก็บภาษีจาก Section 122 ทําให้ไทยมีภาษี ส่งออกลดเป็น 15% ชั่วคราว ซิ่งจะหนุนคําสั่งชื้อใน 1H69

 

ขณะที่ปี 2569 คาดกําไรปกติเพิ่มขึ้น 12% YoY จากปรับราคาผลิตภัณฑ์ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและมีต้นทุนที่ ลดลงตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจ ราคาเป้าหมายระยะสั้น 12.80 บาท

 

จับตาความเสี่ยงการค้าในอีก 5 เดือนหน้า

- บล.ยูโอบี มีมุมมองเป็นกลางต่อภาษีการค้ารอบใหม่ แต่ต้องติดตามความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น

 

- ช่วงสั้นมีมุมมองเป็นกลาง ภาษีการค้าไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สินค้าส่งออกของไทยหลายตัวยังอยู่ในกลุ่มได้รับการยกเว้น แต่คาดความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในช่วงท้ายของมาตรา 122 ที่เป็นเพียงมาตรการซื้อเวลา

- สหรัฐฯ มีเครื่องมือทางกฎหมายหลายตัวที่สามารถนำมาใช้ได้ เช่น


* มาตรา 301 (การตอบโต้การค้าไม่เป็นธรรม - Trade Act of 1974)


* มาตรา 232 (ปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ - Trade Expansion Act of 1962)


* มาตรา 201 (มาตรการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ - Trade Act of 1974)


* มาตรา 338 (การเลือกปฏิบัติการค้าไม่เป็นธรรม - Tariff Act of 1930)

 

- กลุ่มนิคมอุตสาหกรร มองว่าอาจมีแรงหนุนทางจิตวิทยา เนื่องจากแรงจูงใจในการย้ายฐานการผลิตไปยังลาตินอเมริกาที่ได้ภาษีการค้า 10% ก่อนหน้านี้หายไป

 

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย