International Data Corporation (IDC) ประเมินว่า ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัว 12.9% ในปี 2026 จากปัญหาการขาดแคลนชิปหน่วยความจำ คาดยอดจัดส่งโทรศัพท์มือถือทั่วโลกปีนี้ จะอยู่ที่ราว 1,100 ล้านเครื่อง ลดลงจาก 1,260 ล้านเครื่องในปี 2025 ขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องปรับตัวรับต้นทุนที่สูงขึ้น ปัญหาการขาดแคลนหน่วยความจำมีแนวโน้มยืดเยื้อไปถึงปี 2027 ถึงแม้อุปทานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่อาจไม่ได้เห็นโครงสร้างราคาที่เคยต่ำเหมือนในอดีต โดย IDC ระบุชัดว่า ยุคของสมาร์ทโฟนราคาถูกได้ผ่านพ้นไปแล้ว ขณะที่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนกำลังปรับตัวรับภาระต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น ด้วยการลดสเปกสินค้า ตัดรุ่นเริ่มต้นที่ไม่ทำกำไร และบีบให้ผู้ใช้ต้องหันไปเลือกสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียมมากขึ้น นาบิลา โปปาล ผู้อำนวยการวิจัยอาวุโสของ IDC ระบุว่า “เมื่อเทียบกันแล้ว มาตรการภาษีและวิกฤตโควิด-19 ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย ตลาดสมาร์ทโฟนจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อวิกฤตนี้สิ้นสุดลง ทั้งในด้านขนาดตลาด ราคาเฉลี่ยต่อเครื่อง และภูมิทัศน์การแข่งขัน เราคาดว่า สถานการณ์จะไม่คลี่คลายก่อนกลางปี 2027 เป็นอย่างน้อย” ด้าน Counterpoint Research บริษัทวิจัยอีกแห่ง ประเมินในทางเดียวกันว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนปีนี้จะหดตัว 12.4% เนื่องจากผลกระทบอย่างหนักในด้านอุปทานที่เกี่ยวข้องกับชิปหน่วยความจำ โดยหยาง หวัง นักวิเคราะห์ของ Counterpoint ระบุว่า “ปี 2026 กำลังจะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์วงการสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่เคยเผชิญการร่วงลงรุนแรงเช่นนี้มาก่อน” ต้นทุนชิปที่พุ่งสูง ทั้ง DRAM สำหรับประมวลผล และ NAND สำหรับจัดเก็บข้อมูล กำลังกระทบต่ออัตรากำไรที่น้อยอยู่แล้วของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายราย ผู้เล่นจากจีนอย่าง Xiaomi Corp. และ Oppo แข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อชิงผู้บริโภค, ทุ่มงบประมาณกับชิ้นส่วนระดับสูงเพื่อขยายส่วนแบ่งตลาดในประเทศและยกระดับภาพลักษณ์ในเวทีโลก โดยเฉพาะรุ่นระดับล่างที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากแรงกดดันด้านต้นทุน เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำคิดเป็นสัดส่วนที่สูงของต้นทุนการผลิตทั้งหมด แม้บริษัท อาทิ Xiaomi และ Lenovo จะเตือนว่า ราคาสินค้าอาจจำเป็นต้องปรับขึ้น อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone ของ Apple ส่วนใหญ่ มีแนวโน้มรับมือวิกฤตได้ดีกว่า โปปาลกล่าวว่า “ยุคของสมาร์ทโฟนราคาถูกได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้วิกฤตจะผ่านพ้นไป แต่คาดว่า ราคาหน่วยความจำจะไม่ลดลงสู่ระดับปี 2025 อีก” เมื่อปีที่แล้วมีการจัดส่งสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ราว 170 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่ IDC มองว่าไม่คุ้มค่าที่จะดำเนินธุรกิจต่อในปัจจุบัน ที่มา Bloomberg 
|