อิสราเอลประกาศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศล่วงหน้าเพื่อป้องกันภัยคุกคามต่อเป้าหมายในอิหร่าน หลังรัฐบาลอิสราเอลประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า อิหร่านอาจตอบโต้กลับด้วยโดรนและขีปนาวุธพิสัยไกล ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการครั้งใหญ่ในอิหร่านแล้ว สำนักข่าว Associated Press รายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยหนึ่งในเป้าหมายแรก ๆ ของการโจมตีเกิดขึ้นใกล้กับสำนักงานของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน จนถึงขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี อยู่ภายในสำนักงานในช่วงเกิดเหตุหรือไม่ โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่านไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะมาหลายวันแล้ว ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ในช่วงที่สหรัฐฯ ระดมสรรพกำลัง ทั้งเครื่องบินรบและเรือรบจำนวนมากเข้าสู่ภูมิภาค เพื่อกดดันให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อของอิหร่านว่า ได้ยินเสียงระเบิดขนาดใหญ่ 3 ครั้งในพื้นที่ตอนกลางของกรุงเตหะราน และคาดว่า มีการยิงขีปนาวุธหลายลูกพุ่งเป้าไปยังเมืองหลวง โดยมีควันหนาทึบลอยขึ้นจากหลายจุด รวมถึงการโจมตีในเมืองอิสฟาฮาน ซึ่งคาดว่า จะเป็นคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่าน หลังจากเจ้าหน้าที่ของทบวงการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เผยเมื่อวันศุกร์ว่า พบความเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอบริเวณใกล้กับอุโมงค์ซึ่งเชื่อว่าใช้เป็นที่เก็บแร่ยูเรเนียม 
ทั้งนี้ อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะเผชิญการตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านในเร็ว ๆ นี้ ด้านกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยว่า ได้มีการเปิดสัญญาณไซเรนเตือนภัยทางอากาศทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางการอิสราเอลสั่งให้ประชาชนอยู่ใกล้ที่หลบภัย พร้อมประกาศปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพลเรือนชั่วคราว ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลได้ออกแนวปฏิบัติฉุกเฉินเพิ่มเติม โดยสั่งระงับกิจกรรมที่ไม่จำเป็น อาทิ การเรียนการสอน และการรวมตัวหรือกิจกรรมทางสังคมต่าง ๆ ทางด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย ระบุว่าสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการรบครั้งใหญ่ในอิหร่าน และกล่าวหาอิหร่านว่ายังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่อาจมีพิสัยโจมตีไกลถึงสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นยึดอำนาจรัฐบาลของตนเอง ผู้นำสหรัฐฯ ยังยอมรับว่า อาจมีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากสถานการณ์ในครั้งนี้ “เป้าหมายของสหรัฐฯ คือการปกป้องประชาชนอเมริกัน ด้วยการกำจัดภัยคุกคามเร่งด่วนจากรัฐบาลอิหร่าน” ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็น “กลุ่มที่โหดร้ายและอันตรายอย่างยิ่ง” ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งยืนยันว่า กองกำลังอเมริกันได้โจมตีอิหร่านทั้งทางอากาศและทางทะเล ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ด้านเจ้าหน้าที่อิหร่านที่ไม่เปิดเผยชื่อให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า กระทรวงหลายแห่งทางตอนใต้ของกรุงเตหะรานตกเป็นเป้าหมายการโจมตีครั้งนี้ ทางด้านผู้แทนจากกลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) เผยว่า ทางกลุ่มเตรียมพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมประเทศสมาชิกในวันอาทิตย์นี้ (1 มี.ค.) หลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนหน้านี้ กลุ่ม OPEC+ คาดว่าจะกลับมาเพิ่มกำลังผลิตอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นต้นไป หลังตรึงกำลังผลิตมา 3 เดือน โดยในไตรมาส 4 ปี 2025 กลุ่มได้เพิ่มกำลังผลิตเดือนละ 137,000 บาร์เรลต่อวัน ที่มา Bloomberg (1) และ (2), CNN, AP News 
|