ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส. ปมแก้ ม.112 แต่ 10 สส.ประชาชนไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไต่สวนนัดแรก 30 มิ.ย.นี้

รูป ศาลฎีการับคำร้องคดี 44 สส. ปมแก้ ม.112 แต่ 10 สส.ประชาชนไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไต่สวนนัดแรก 30 มิ.ย.นี้

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 เม.ย. 69 11:34 น.

ศาลฎีกา มีคำสั่งรับร้อง ฟ้อง 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ปมยื่นแก้ ม. 112 นัดไต่สวนครั้งแรก 30 มิ.ย. นี้ พร้อมให้ 10 สส.พรรคประชาชน ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอคำพิพากษา แต่กระทำการซ้ำ หรือให้ความเห็นที่เกี่ยวข้องโดยเด็ดขาด

ศาลฎีกาได้มีคําสั่งคดี ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง


โดย ป.ป.ช. ยื่นคําร้องว่า ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล กระทําการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กล่าวคือ เมื่อระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2566 ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ( แก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) พร้อมบันทึกหลักการ และเหตุผล บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนําเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยอาศัยสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ

แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีเนื้อหาเป็นการลดทอนสถานะความสําคัญ การรับรองคุ้มครอง การเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ อันเป็นการขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 6

สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแจ้งถึงข้อบกพร่องดังกล่าว ให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน รับทราบแล้ว แต่ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันมีเจตนามุ่งร้ายโดยชัดแจ้งที่จะทําลายล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติ
บ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง

การกระทําของผู้คัดค้านทั้ง 44 คน จึงเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธํารงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทําการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ

ศาลฎีกามีคําสั่งให้รับคําร้องของผู้ร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ให้ส่งสําเนาคําร้องพร้อมเอกสาร ประกอบให้ผู้คัดค้านทั้ง 44 คน หากจะคัดค้านให้ยื่นคําคัดค้านภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านที่ 3 ที่ 7 ที่ 17 ที่ 19 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 26 ที่ 34 ที่ 35 และที่ 38 มีพฤติการณ์กระทําซ้ำหรือกระทําต่อไปซึ่งการกระทําตามที่ถูกกล่าวหาตามคําร้อง อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ประกอบกับผู้คัดค้านดังกล่าวยังคงมีอํานาจหน้าที่อื่นต้องปฏิบัติในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พฤติการณ์แห่งคดีจึงยังไม่สมควรให้ผู้คัดค้านดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จึงมีคําสั่งให้ผู้คัดค้าน 10 คน ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทําซ้ำหรือกระทําการ ใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทําที่ถูกกล่าวหาตามคําร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคําสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 9.30 นาฬิกา ทั้งสองนัด

สำหรับ สส. 10 คน ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่


1. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
2. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค,
3. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ
4. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล
5.รังสิมันต์ โรม
6. นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง
7.ณัฐวุฒิ บัวประทุม
8.ยสบณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์

สส.เขตกรุงเทพมหานคร 2 คน ได้แก่

1. ธีรัจชัย พันธุมาศ
2.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช

ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย