ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศ ธปท. คุมเข้มธุรกรรมเกี่ยวกับเงินสด พบการเบิก - ถอนเงินสด 5 ล้านบาทต่อวัน ถือเป็นธุรกรรมระดับเสี่ยงสูง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงลูกค้าในระดับเข้มข้น แจงเหตุผลธุรกรรมพร้อมข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ มีผลบังคับใช้ 1 เม.ย.นี้ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดสําหรับสถาบันการเงิน สรุปสาระสำคัญดังนี้ หลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด - ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ เพิ่มเติมจากที่กําหนดในประกาศ ธปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการใช้บริการทางการเงินของลูกค้าสําหรับสถาบันการเงิน การบริหารความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสด - สถาบันการเงินต้องจัดให้ลูกค้าหรือบุคคลที่ได้รับมอบอํานาจทอดสุดท้าย จากลูกค้า (หากมี) แสดงตนหรือยืนยันตัวตนก่อนทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดทุกครั้ง ซึ่งรวมถึง การทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดเป็นครั้งคราว โดยอย่างน้อยต้องดําเนินการ ดังนี้ - การให้บริการผ่านสาขาทั่วไป กรณีบุคคลธรรมดา หรือผู้รับมอบอํานาจเป็นผู้ทําธุรกรรมต้องจัดให้มีการแสดงบัตรประจําตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดต่อได้ รวมทั้งลายมือชื่อของลูกค้าหรือผู้รับมอบอํานาจ - กรณีที่ไม่เคยแสดงตนไว้ก่อน ให้ขอข้อมูลอาชีพและสถานที่ทํางานประกอบด้วย ส่วนกรณี นิติบุคคลต้องแสดงหนังสือรับรองบริษัท พร้อมทั้งหมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ที่ติดต่อได้ (๑.๒) สําหรับการให้บริการผ่านสาขาอิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ต้องให้มีการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการที่มีความปลอดภัยไม่ว่าจะมีการแสดงบัตรหรือไม่มีการแสดงบัตร เช่น การแสดงบัตรร่วมกับการใช้รหัสส่วนบุคคล (PIN) การใช้รหัสใช้ครั้งเดียว (OTP) การยืนยันผ่านแอปพลิเคชันของสถาบันการเงิน หรือการใช้ข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) ของลูกค้า - สถาบันการเงินต้องพิจารณาจัดให้มีการสอบถามหรือขอข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดและมีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่เหมาะสมสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรมและ/หรือระดับความเสี่ยงของลูกค้า ธุรกรรมเงินสด 5 ล้านบาท/วัน ตรวจสอบลูกค้าเข้มข้น - กรณีสถาบันการเงินพบการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า ภายใน 1 วันตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ให้สถาบันการเงินจัดให้การทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในระดับสูงและปรับระดับความเสี่ยงของลูกค้าให้เป็นความเสี่ยงสูงที่สถาบันการเงินต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น (EDD) - นอกจากจะขอข้อมูล เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดแล้ว ให้หาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลอื่นที่น่าเชื่อถือ หรือดําเนินการให้ลูกค้านําส่งเอกสารประกอบวัตถุประสงค์ในการทําธุรกรรม หรือให้ขอข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน เกี่ยวกับกิจการ อาชีพ ชื่อและสถานที่ตั้งที่ทํางานของลูกค้า และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า กรณีเป็นลูกค้านิติบุคคล - หากไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้น สําหรับการทําธุรกรรมดังกล่าวได้ หรือลูกค้าไม่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม แต่ลูกค้ามีเหตุผลที่เหมาะสมและ ได้แสดงให้เห็นถึงความจําเป็นในการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าว อาจให้บริการได้ตามแนวทาง การบริหารความเสี่ยงที่กําหนดไว้ เช่น ขอให้ลูกค้าทําธุรกรรมด้วยวิธีการอื่นที่สามารถติดตามหรือ ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ หรือจํากัดจํานวนเงินสดที่สามารถทําธุรกรรมได้ - กรณีที่สถาบันการเงินไม่สามารถตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ในระดับเข้มข้นได้ และลูกค้าไม่สามารถแสดงเหตุผลที่เหมาะสมและให้เห็นถึงความจําเป็นในการทําธุรกรรม ที่เกี่ยวข้องกับเงินสดดังกล่าวได้ สถาบันการเงินต้องไม่ทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดในครั้งนั้น - เมื่อรายงานการทําธุรกรรมดังกล่าวให้สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินทราบตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้สถาบันการเงินติดตามคําสั่งของสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่หากพ้นระยะเวลาที่สถาบันการเงินกําหนดไว้สําหรับการติดตามคําสั่งแล้ว สถาบันการเงินอาจพิจารณาทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดต่อไปได้ - สถาบันการเงินต้องมีกระบวนการติดตาม ตรวจจับและตรวจสอบพฤติกรรมการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้า โดยต้องกําหนดแนวทางที่สามารถติดตาม ตรวจจับ และตรวจสอบพฤติกรรมลูกค้า และกําหนดระดับความเสี่ยงของลูกค้าอย่างเหมาะสม รวมถึง ต้องทบทวนและปรับปรุงแนวทางดังกล่าวอย่างสม่ําเสม - หากสถาบันการเงินพบความเคลื่อนไหว หรือการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดของลูกค้าที่มีลักษณะผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมปกติ ของลูกค้าหรือไม่มีเหตุผลประกอบการทําธุรกรรมที่ชัดเจน ให้สถาบันการเงินติดตามหรือเฝ้าระวังลูกค้ารายดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและมีแนวทางการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสมสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของธุรกรรมและ/หรือความเสี่ยงของลูกค้า ตามกระบวนการและแนวปฏิบัติหรือวิธีปฏิบัติที่สถาบันการเงิน - กรณีที่สถาบันการเงินตรวจพบความผิดปกติจากการทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง กับเงินสดซึ่งเกี่ยวข้องกับภัยทุจริตดิจิทัล ให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามประกาศ ธปท. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารจัดการภัยทุจริตดิจิทัล (Digital Fraud Management) - หากสถาบันการเงินได้ตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับเข้มข้นแล้ว และต่อมาพบว่ามีปัจจัยอื่นที่ทําให้ลูกค้ามีความเสี่ยงลดลง สถาบันการเงินต้องพิจารณา ทบทวนการจัดระดับความเสี่ยงลูกค้าให้เหมาะสมสอดคล้องกับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน - ธปท. อาจพิจารณากําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม สั่งให้แก้ไข ชะลอ หรือระงับการดําเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน หากพบว่าสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ ที่กําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือกรณีอื่น ๆ ที่เห็นว่า การดําเนินการของสถาบันการเงินอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความผาสุกของประชาชนหรือความมั่นคงของสถาบันการเงินและระบบสถาบันการเงิน - ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป |