ดาวโจนส์ปิดร่วง 403 จุด ผวาสู้รบตะวันออกกลางลากยาว ดันเงินเฟ้อพุ่ง

รูป ดาวโจนส์ปิดร่วง 403 จุด ผวาสู้รบตะวันออกกลางลากยาว ดันเงินเฟ้อพุ่ง

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 69 6:55: น.

 

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงในวันอังคาร (3 มี.ค.) ท่ามกลางความกังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ นำไปสู่แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเงินเฟ้อ

 

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 48,501.27 จุด ลดลง 403.51 จุด (-0.83%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,816.63 จุด ลดลง 64.99 จุด (-0.94%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,516.69 จุด ลดลง 232.17 จุด (-1.02%)

 

แรงเทขายกระจายในวงกว้าง ขณะที่ดัชนีความผันผวน Cboe Volatility Index (VIX) ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2025 อย่างไรก็ตาม ดัชนีหลักในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระหว่างวัน โดยดัชนี S&P 500 ปิดลบ 0.9% หลังจากร่วงลงมากกว่า 2% ในช่วงต้นการซื้อขาย

 

นักลงทุนกังวลถึงผลกระทบของความขัดแย้งต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถานการณ์สู้รบล่วงเข้าสู่วันที่สี่ โดยกองกำลังอิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีบริเวณอ่าวเปอร์เซีย นอกจากนี้ สถานการณ์ยังลุกลามไปถึงเลบานอน

 

ชัค คาร์ลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Horizon Investment Services กล่าวว่า มีการคาดการณ์เพิ่มขึ้นว่าความขัดแย้งกับอิหร่านอาจยืดเยื้อนานกว่าที่ตลาดคาดไว้เมื่อ 24 ชั่วโมงก่อน เนื่องจากสถานการณ์ยังคงขยายวงและอาจกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน

 

เจด เอลเลอร์บรูค ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนจาก Argent Capital กล่าวว่า ปฏิกิริยาของตลาดต่อความขัดแย้ง จนถึงขณะนี้ยังถือว่าไม่รุนแรง สะท้อนว่านักลงทุนยังคงรับความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง โดยหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่ก่อนหน้านี้เผชิญแรงขาย กลับปรับตัวอย่างโดดเด่น ซึ่งหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการในดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 1.6%

 

ส่วนสัญญาณเชิงลบทางเทคนิค ดัชนี S&P 500 ปิดต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2025

 

 

โอลิเวอร์ เพิร์ช รองประธานอาวุโสและที่ปรึกษาของ Wealthspire Advisors กล่าวว่า นักลงทุนกำลังรับมือกับความผันผวนและกระแสข่าว พร้อมประเมินพอร์ตของตนเองและกังวลว่าสถานการณ์อาจเลวร้ายลง คำแนะนำสำหรับนักลงทุนคือ ให้ถอยออกมาตั้งหลักและรอดูสถานการณ์

 

คำขู่ของเตหะรานที่จะโจมตีเรือทุกลำที่พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ประกอบกับการระงับการผลิตน้ำมันและก๊าซของผู้ผลิตหลายรายในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราค่าระวางเรือทั่วโลก รวมถึงราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น ช่องแคบดังกล่าวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่รองรับการขนส่งน้ำมันราวหนึ่งในห้าของปริมาณการบริโภคน้ำมันทั่วโลก

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยในวันอังคารว่า ได้สั่งการให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของสหรัฐฯ (DFC) จัดทำประกันความเสี่ยงทางการเมืองและค้ำประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย พร้อมระบุว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากจำเป็น

 

นักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ และทำให้การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมาตรการภาษี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน

 

 

ภาพรวมการซื้อขาย

- ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 4.1 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหลักทรัพย์ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ 137 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 167 ตัว

- ตลาดหลักทรัพย์แนสแดค มีหุ้นบวก 1,262 ตัว และหุ้นลบ 3,540 ตัว คิดเป็นสัดส่วนหุ้นลบต่อหุ้นบวก ที่ 2.81 ต่อ 1 หุ้น

 

ที่มา Reuters

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reporting & Editing by

Supak Hopuengju

Supak Hopuengju