บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/04/69

รูป บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 07/04/69

efinAI


AT THE OPEN (#ATO)ตลาดผันผวนตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เลือก KTC และ CK


Market StrategySET Index คาดผันผวนตามกรอบ 1445-1465 จุด จากความไม่แน่นอนของตะวันออกกลาง หุ้นเด่น KTC CK


สถานการณ์ตะวันออกกลางยังหาข้อตกลงร่วมกันไม่ได้ จากล่าสุดอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิง 45 วัน ด้านสหรัฐฯ คุณทรัมป์เผยว่าหากอิหร่านไม่ยอมเปิดฮอร์มุซจะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานโดยขีดเส้นตายวันที่ 7 เม.ย. เวลา 20.00 น.สหรัฐฯหรือตรงกับ 8 เม.ย.ช่วง 7.00 น.ตามเวลาบ้านเรา แม้สถานการณ์ดังกล่าวยังคงความไม่แน่นอนสูง แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้แกว่งบวกอ่อนในช่วง 0.4-0.5% ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ไม่ได้ปรับขึ้นต่อ โดยแกว่งทรงตัวที่ +/-110 เหรียญฯ สะท้อนตลาดยังคงมีความคาดหวังทางออกของสงครามแรงกดดันต่อ SET Index คาดจำกัด


ผลพวงของสงครามกระทบต่อสินค้าในประเทศทยอยปรับขึ้น เช่น ราคาเหล็กปรับขึ้น 10-15% ในเดือน เม.ย. และมีความเป็นไปได้จะมีการปรับราคาขึ้นอีกรอบโดยจะประเมินสถานการณ์ต้นทุนต่อไป มองราคาเหล็กที่ปรับขึ้นเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ และกลุ่มอสังหาฯ แต่สำหรับกลุ่มรับเหมาฯ ที่ต้นทุนเหล็กคิดเป็น 7% ของ COGS (ไม่รวม Subcontractor) แต่ยังมีกลไกค่า K ที่ส่งต่อต้นทุนได้ในระดับที่เกิน 4% ส่วนกลุ่มอสังหาฯภายใต้ที่เราศึกษาได้มีการล็อคราคาวัสดุก่อสร้างโครงการที่เปิดในปีนี้ไปแล้ว โดยรวมผลกระทบต่อกำไรในปีนี้จึงจำกัด โดยเรายังมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ จากเข้าสู่รอบการลงทุนของภาครัฐฯในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดย Top Pick เลือก CK และมองเป็นกลางต่อกลุ่มอสังหาฯ โดยจุดเด่นคือ Valuation ที่ถูกและปันผลสูงชอบ SPALI ส่วนกลุ่มที่ได้ผลบวกคือ กลุ่มซ่อมแซมบ้านที่มีสัดส่วนเหล็กสูงจาก Margin ที่ดีขึ้น DOHOME 31-32% ของรายได้ GLOBAL 15% และ HMPRO 2-3% แต่ระยะถัดไปยังมีความเสี่ยงเรื่องกำลังซื้อที่ลดลง


Market SummarySET Index ปิดที่ 1,454 จุด (-0.8%) โดยถูกกดดันหนักจากกลุ่มโรงกลั่นและค้าปลีกน้ำมันที่ร่วงแรง นำโดย BCP (-5.8%), SPRC (-5.1%), TOP (-3.8%) และ OR (-4.7%) หลังเผชิญ Sentiment ลบจากกระแสข่าวรัฐบาลอาจแทรกแซงค่าการกลั่นและค่าการตลาดเพื่อคุมราคาพลังงาน ผสานแรงขายลดความเสี่ยงจากต่างชาติและสถาบันก่อนหยุดยาวท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงประคองจากกลุ่มนิคมฯ และค้าปลีกวัสดุที่บวกสวนตลาดอย่าง WHA (+1.0% จากอานิสงส์ Data Center), GLOBAL (+0.8%) และ DOHOME (+2.3%) จากราคาเหล็กปรับขึ้น นักลงทุนต่างชาติและสถาบันฯขายสุทธิฝ่ายละ 1.8 พันล้านบาท


DAILY Stock PickKTC
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 38.00 บาท
สะสมก่อนขึ้น XD
KTC จ่ายปันผล 1.77 บาทต่อหุ้น (ขึ้น XD วันที่ 10 เม.ย.) คิดเป็นอัตราเงินปันผล 5.9% ขณะที่งบดุลแข็งแกร่งอัตราส่วน D/E เพียง 1.5 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ 3-4 เท่า


KTC ให้ผลตอบแทน -9.1% เทียบ SET Index -4.8% นับตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง สวนทางกับปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง ROE สูงที่สุดในกลุ่ม


Technical Viewแนวรับ : 30.25 บาท
แนวต้าน : 31.25 บาท
จุดตัดขาดทุน : 29.00 บาท


WEEKLY Stock PickCK
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 23.00 บาท
Sentiment ภายในประเทศหนุน
การแถลงนโยบายต่อสภา หนุนกลุ่มรับเหมา โดยเราคาดมูลค่างานประมูลรัฐรอบใหม่ มูลค่า 1.1 ลลบ. ในปี 69-71 มากกว่า 6 เท่าในช่วง 3 ปีก่อน


ขณะที่กำไรปี 70-71 เราคาดฟื้นเฉลี่ยปีละ 6% สะท้อนการลงทุนภาครัฐ ปัจจุบันถูกซื้อขาย PE’69 เพียงแค่ 11.7 เท่า (-1.5SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี) มีโอกาส re-rating จากเสถียรภาพทางการเมืองหนุน upside


Technical Viewแนวรับ : 15.80 บาท
แนวต้าน : 17.50 บาท
จุดตัดขาดทุน : 14.40 บาท


KEY FACTORตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้ (6 เ.ม.ย.) ยังคงผสมผสาน ให้น้ำหนักจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลาง
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางยังคงเป็นประเด็นสำคัญต่อตลาดการเงินโลก หลังล่าสุด ปธน. ทรัมป์ ยื่นคำขาดขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ขณะที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซยังคงทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวและหนุนราคา Brent ยืนเหนือ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แรงกดดันนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งทั่วโลก บีบให้ธนาคารกลางหลักอาจต้องชะลอการลดดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อรอบใหม่ แม้จะมีความหวังเรื่องข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน แต่ตลาดยังคงระมัดระวังรอดูบทสรุปโอกาสบรรลุข้อตกลง ทำให้ตลาดทุนยังคงอยู่ในสภาวะเปราะบางและผันผวนสูงตามกระแสข่าวรายวัน โดยตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.) แกว่งผสมผสาน เกาหลี (+1.36%), อินเดีย (+1.07%) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับกลุ่มอาเซียนส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ขยายวงจากภาคพลังงานเข้าสู่ภาคเกษตรกรรมอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตกำมะถันสูงถึงร้อยละ 50 ของโลก ซึ่งเป็นวัตถุดิบ ต้นน้ำสำคัญในการผลิตปุ๋ยฟอสเฟต สำหรับภาคเกษตรกรรม


EYES ON9 เม.ย. รายงานการประชุม FOMC, Core PCE, GDP สหรัฐฯ
10 เม.ย. เงินเฟ้อจีนและสหรัฐฯ
ในสัปดาห์ สถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

นักกลยุทธ์ : ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, ออมทรัพย์ โง้วศิริ
โทร. 02 658 5000


Reported by

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

นายศักดิ์ชาย งอกงาม

เจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย