27 เม.ย. 2569 14:34 น.บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SNPS แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 6.00 บาทบล.หยวนต้า(ประเทศไทย) : SNPS แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 6.00 บาทTranslatestar_borderModal Upgrade PackageefinAI What's Newเราคาดกำไรปกติใน 1Q26 ที่ 22 ลบ. (-34.2% QoQ, +12.8% YoY) อิงจากรายได้คาดที่ 118 au. ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และทรงตัว YoY เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เร่งสั่งซื้อสินค้าค่อนข้างมากในช่วง 4Q25 ที่ผ่านมา ประกอบกับ ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางช่วงเดือนมี.ค. ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อลง ส่วน GPM คาดที่ 41.0% ลดลง QoQ จากการหดตัวของ U-rate ล้อไปกับยอดขาย แต่ขยายตัวได้ YoY เนื่องจากการบริหารจัดการ Product Mix และประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีขึ้น 6.02% ขณะที่แนวโน้มกำไรปกติใน 2Q26 เบื้องต้นคาดฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่อาจทำได้เพียงทรงตัว YoY เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ ยังไม่ขยายยอดคำสั่งซื้อเพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม และ GPM ที่คาดลดลง QoQ และ YoY ที่ระดับ 40.0% จากการรับรู้ผลของราคาต้นทุนการผลิตหลักอย่าง บรรจุภัณฑ์, พลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับขึ้น แต่คาดจะเชยได้จากการบริหารจัดการ SG&A ที่ยังดีขึ้นต่อเนื่อง Our Viewคาดปกติกลับมาโต YoY ได้อีกครั้งใน 2H26 หนุนจากลูกค้ากลุ่ม ODM ที่ กลับมาฟื้นตัวจากสถาวะสงครามที่คาดบรรเทาความรุนแรงลงต่อเนื่องรวมถึงการรับรู้ผลของการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่ช่วงต้น 3Q26 ทำให้ GPM กลับมายืนที่ระดับ 41% ได้อีกครั้ง ประกอบกับการเริ่มรับรู้ผลของการนำสินค้าแบรนด์ของบริษัทอย่าง Colosure และ Phytae ไปจําหน่ายในต่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตอาจต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้าเนื่องจากสินค้าใหม่กลุ่ม "น้ำลายเทียม" อาจรับรู้รายได้น้อยกว่าที่คาด จากความล่าช้าในการผลิตและการจดทะเบียน รวมถึงแนวโน้มกำไรใน 1H26 ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026-2027 ลง 5.7% และ 9.1% เป็น 120 ลบ.(+7.3% YoY) และ 131 ลบ.(+9.0% YoY) ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานรายได้ และ GPM ลง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งจากการปรับประมาณการทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2026 ที่ 6.00 บาท อิง PER ที่ 20.0 เท่า ตามเดิม ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside gain 23% นอกจากนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ SNPS หนุนจากการการเข้าสู่สังคมสูงวัย และมาตรการรัฐฯ ที่เน้นให้รพ.รัฐฯ จ่ายยาที่ผลิตในประเทศมากขึ้นประกอบกับบริษัทมีแผนจัดตั้งโรงงานใหม่สำหรับผลิตเครื่องมือการแพทย์ และยาที่มีความเสี่ยงต่ำ คาดจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงปลายปี 2027 ช่วยหนุนการเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่รายได้ทั้งหมดเป็นสินค้าจากสมุนไพร เชิงพื้นฐานคงคำแนะนำ “ซื้อ" efinAIReported byนายศักดิ์ชาย งอกงามเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย
What's Newเราคาดกำไรปกติใน 1Q26 ที่ 22 ลบ. (-34.2% QoQ, +12.8% YoY) อิงจากรายได้คาดที่ 118 au. ลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาล และทรงตัว YoY เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เร่งสั่งซื้อสินค้าค่อนข้างมากในช่วง 4Q25 ที่ผ่านมา ประกอบกับ ผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลางช่วงเดือนมี.ค. ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อลง ส่วน GPM คาดที่ 41.0% ลดลง QoQ จากการหดตัวของ U-rate ล้อไปกับยอดขาย แต่ขยายตัวได้ YoY เนื่องจากการบริหารจัดการ Product Mix และประสิทธิภาพในการผลิตที่ดีขึ้น 6.02% ขณะที่แนวโน้มกำไรปกติใน 2Q26 เบื้องต้นคาดฟื้นตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่อาจทำได้เพียงทรงตัว YoY เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ ยังไม่ขยายยอดคำสั่งซื้อเพื่อรอความชัดเจนของสถานการณ์สงคราม และ GPM ที่คาดลดลง QoQ และ YoY ที่ระดับ 40.0% จากการรับรู้ผลของราคาต้นทุนการผลิตหลักอย่าง บรรจุภัณฑ์, พลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับขึ้น แต่คาดจะเชยได้จากการบริหารจัดการ SG&A ที่ยังดีขึ้นต่อเนื่อง Our Viewคาดปกติกลับมาโต YoY ได้อีกครั้งใน 2H26 หนุนจากลูกค้ากลุ่ม ODM ที่ กลับมาฟื้นตัวจากสถาวะสงครามที่คาดบรรเทาความรุนแรงลงต่อเนื่องรวมถึงการรับรู้ผลของการปรับขึ้นราคาขายตั้งแต่ช่วงต้น 3Q26 ทำให้ GPM กลับมายืนที่ระดับ 41% ได้อีกครั้ง ประกอบกับการเริ่มรับรู้ผลของการนำสินค้าแบรนด์ของบริษัทอย่าง Colosure และ Phytae ไปจําหน่ายในต่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตามอัตราการเติบโตอาจต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ก่อนหน้าเนื่องจากสินค้าใหม่กลุ่ม "น้ำลายเทียม" อาจรับรู้รายได้น้อยกว่าที่คาด จากความล่าช้าในการผลิตและการจดทะเบียน รวมถึงแนวโน้มกำไรใน 1H26 ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ส่งผลให้เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2026-2027 ลง 5.7% และ 9.1% เป็น 120 ลบ.(+7.3% YoY) และ 131 ลบ.(+9.0% YoY) ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐานรายได้ และ GPM ลง เพื่อเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งจากการปรับประมาณการทำให้ได้ราคาเหมาะสมใหม่ ณ สิ้นปี 2026 ที่ 6.00 บาท อิง PER ที่ 20.0 เท่า ตามเดิม ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside gain 23% นอกจากนี้ เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ SNPS หนุนจากการการเข้าสู่สังคมสูงวัย และมาตรการรัฐฯ ที่เน้นให้รพ.รัฐฯ จ่ายยาที่ผลิตในประเทศมากขึ้นประกอบกับบริษัทมีแผนจัดตั้งโรงงานใหม่สำหรับผลิตเครื่องมือการแพทย์ และยาที่มีความเสี่ยงต่ำ คาดจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ได้ช่วงปลายปี 2027 ช่วยหนุนการเติบโตต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่รายได้ทั้งหมดเป็นสินค้าจากสมุนไพร เชิงพื้นฐานคงคำแนะนำ “ซื้อ"