เอทานอลเป็นตัวหลักที่จะช่วยหนุนกำไรในปีนี้Event ประมาณการ 4Q68F, ปรับลดประมาณการกำไรเต็มปี และปรับลดราคาเป้าหมาย Impact คาดว่ากำไรใน 4Q68F จะเพิ่มขึ้น 9% YoY แต่จะลดลง 21% QoQ เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BBGI ใน 4Q68F จะอยู่ที่ 74 ล้านบาท (+9% YoY, -21% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะเป็นเพราะอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมเพิ่มขึ้น YoY เป็น 6.1% จาก 3.8% ใน 4Q67 ตามอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่ดี หลังจากที่ margin ของธุรกิจเอทานอลติดลบใน 4Q67 ส่วนกำไรที่ลดลง QoQ เป็นเพราะเราคาดว่าค่าใช้จ่าย SG&A จะเพิ่มขึ้นเป็น 160 ล้านบาท (+39% QoQ) ซึ่งตามปกติแล้วค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรจากธุรกิจไบโอดีเซลจะลดลงเล็กน้อย QoQ เพราะอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจไบโอดีเซลของ BBGI จะลดลง QoQ เนื่องจากการแข่งขันที่เข้มข้นภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ของประเทศไทย แม้ว่าปริมาณยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 86 ล้านลิตร (+8% QoQ) เพราะได้อานิสงส์จากช่วง high season ของการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเราคาดว่าปริมาณยอดขายเอทานอลของบริษัทจะลดลง 21% QoQ เป็น 65 ล้านลิตร ตามแผนการผลิตของผู้บริหาร แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลของ BBGI จะดีขึ้น QoQ เพราะราคาขายเอทานอลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 8% QoQ เป็น 19.8 บาท/ลิตร จากอุปสงค์ในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง ปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F/2569F ลง 13%/12% เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2568F ลง 13% เป็น 256 ล้านบาท และปี 2569F ลง 12% เป็น 325 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลลดลง จากการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้นในอุตสาหกรรมไบโอดีเซลของไทยภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B5 ดังนั้นเราจึงปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นในภาพรวมของ BBGI ในปี 2568F ลงจาก 5.0% เป็น 4.8% และในปี 2569F จาก 5.1% เป็น 4.9% นอกจากนี้ เรายังปรับลดสมมติฐานปริมาณยอดขายเอทานอลปี 2568F ลงจากเดิม 7% เป็น 260 ล้านลิตร หลังจากที่บริษัทรายงานปริมาณยอดขายเอทานอลในงวด 9M68 ที่ 196 ล้านลิตร และผู้บริหารคาดว่ายอดขายใน 4Q68 จะอยู่ที่ 65 ล้านลิตร นอกจากนี้ เรายังคงสมมติฐานยอดขายเอทานอลปี 2569F ไว้ที่ 285 ล้านลิตร Valuation & action เราปรับลดราคาเป้าหมายปี 2569F เป็น 3.40 บาท จากเดิม 3.80 บาท อิงจาก PE ที่ 15.0x เพื่อสะท้อนถึงการปรับลดประมาณการกำไร แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำซื้อ BBGI เนื่องจากคาดว่ากำไรในปี 2569F จะโต 27% YoY เพราะได้แรงหนุนจากอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลที่เพิ่มขึ้นตามผลผลิตอ้อยในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ (ซึ่งน่าจะบ่งชี้ถึงต้นทุนวัตถุดิบกากน้ำตาลที่ลดลง) นอกจากนี้ เรายังคาดว่าโครงการ SAF กำลังการผลิต 1,000,000 ลิตร/วัน ซึ่ง BBGI และ Bangchak Corporation (BCP.BK/BCP TB)* ถือหุ้น 20% และ 80% ตามลำดับ จะเริ่มเปิดดำเนินการในช่วงกลางปี 2569F Risks ความผันผวนของอัตรากำไรเอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงปริมาณยอดขายของทั้งสองผลิตภัณฑ์ และความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้รับเหมาหลักของโครงการ SAF Kaweewit Thawilwithayanon, CISA 66.2658.8888 Ext. 8847 kaweewitt@kgi.co.th |