*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 74.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 10 เซนต์ หรือ 0.1% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2025 และปิดบวกสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่สอง สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทรงตัวจากระดับปิดเมื่อวันอังคาร แต่ยังคงสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2025 ราคาน้ำมันปิดทรงตัวในวันพุธ (4 มี.ค.) ท่ามกลางความผันผวนระหว่างวัน หลังการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความตึงเครียดในภูมิภาคขยายวง และทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงักต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า *** ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐฯ จาก S&P Global ระบุว่า ภาคบริการขยายตัวเพียงเล็กน้อยในเดือนก.พ. โดยกิจกรรมทางธุรกิจชะลอลงจากต้นปี ขณะที่คำสั่งซื้อใหม่เพิ่มขึ้นในระดับปานกลางเท่านั้น และได้รับผลกระทบบางส่วนจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ดัชนี S&P Global US Services PMI Business Activity Index ลดลงสู่ระดับ 51.7 ในเดือนก.พ. จาก 52.7 ในเดือนม.ค. แม้ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่า ยังมีการขยายตัวเป็นเดือนที่ 37 ติดต่อกัน แต่ถือเป็นการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดในรอบ 10 เดือน ขณะเดียวกัน ความต้องการที่ยังซบเซาทำให้การจ้างงานเพิ่มขึ้นจำกัด และความเชื่อมั่นทางธุรกิจยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยแรงกดดันด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าและค่าแรงที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาขายเร่งตัวขึ้นในเดือนดังกล่าว นอกจากนี้ คำสั่งซื้อใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีและนโยบายรัฐบาล ซึ่งกระทบต่ออุปสงค์ โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศ *** สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงขยายวงในวันพุธ หลังสหรัฐฯ โจมตีพุ่งเป้าใส่เรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกา ซ้ำเติมวิกฤตที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาตต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า และปิดกั้นการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการเรือดำน้ำของสหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้คำมั่นจะจัดหาประกันภัยและส่งกำลังเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซที่ส่งออกจากตะวันออกกลาง เพื่อสกัดแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง *** แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้กระชับอำนาจในการตัดสินใจช่วงสงครามมากขึ้น แม้สูญเสียผู้บัญชาการระดับสูง โดยเดินหน้ายุทธศาสตร์ที่แข็งกร้าว ด้วยการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของอิหร่านทั่วภูมิภาค ก่อนการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังดังกล่าวได้กระจายอำนาจสั่งการลงไปยังผู้บังคับบัญชาระดับล่างไว้ล่วงหน้า เพื่อรับมือความเสี่ยงจากการสูญเสียผู้นำ อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือทำให้สงครามขยายวงออกไป หากนายทหารระดับกลางที่ได้รับอำนาจสามารถสั่งโจมตีประเทศเพื่อนบ้านได้เอง โดยอิหร่านได้เปิดฉากยิงโจมตีใส่ตุรกี ซึ่งเป็นสมาชิกองค์การนาโต (NATO) เมื่อวันพุธ *** ธนาคาร UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบเบรนท์ในไตรมาสแรกและตลอดปี 2026 จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง และการปิดช่องแคบแคบฮอร์มุซในขณะนี้ UBS คาดว่า ราคาน้ำมันเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสแรก ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาในเดือนมี.ค. อาจอยู่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และประเมินราคาเฉลี่ยทั้งปี 2026 ไว้ที่ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 10 ดอลลาร์จากประมาณการเดิม *** เดวิด โซโลมอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Goldman Sachs แสดงความประหลาดใจกับปฏิกิริยาที่ค่อนข้างผ่อนคลายของตลาดการเงินต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งที่สถานการณ์มีความรุนแรง โดยมองว่าตลาดมักตอบสนองต่อเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์อย่างจำกัด เว้นแต่จะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยตรง พร้อมชี้ว่าอาจต้องใช้เวลาอีกสองสามสัปดาห์เพื่อให้นักลงทุนประเมินผลกระทบได้ชัดเจนขึ้น โซโลมอนระบุว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นผลกระทบสะสมที่จะนำไปสู่แรงเทขายรุนแรง แม้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความกังวลด้านอุปทานและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยย้ำว่า สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง และยากจะคาดการณ์ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวอย่างไรในระยะสั้นและกลาง  *** รัฐบาลสเปนปฏิเสธคำกล่าวอ้างของทำเนียบขาวที่ระบุว่า สเปนได้ให้ความร่วมมือทางทหารกับสหรัฐฯ แล้ว ท่ามกลางสงครามกับอิหร่าน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ใช้มาตรการทางการค้าเพื่อลงโทษสเปนที่ไม่ให้ความร่วมมือ *** สก็อต เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า แผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าแบบครอบคลุมจาก 10% เป็น 15% มีแนวโน้มจะดำเนินการภายในสัปดาห์นี้ โดยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า “น่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้” ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดถึงกรอบเวลาที่สหรัฐฯ จะเดินหน้าตามคำมั่นของทรัมป์ในการขึ้นภาษี ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าแบบครอบคลุม 10% เมื่อเดือนที่แล้ว หลังศาลสูงสหรัฐมีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีเดิมส่วนใหญ่ และขู่ปรับขึ้นเป็น 15% ในเวลาต่อมา แม้รัฐบาลปล่อยให้ภาษี 10% มีผลบังคับใช้ แต่ยังไม่เร่งขึ้นอัตราในทันที ขณะที่เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าอัตรา 15% อาจไม่ครอบคลุมทุกประเทศ โดยมีรายงานว่าสหภาพยุโรปคาดว่าจะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีดังกล่าว ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้ากับวอชิงตัน *** สำนักข่าว Nikkei Asia เผยแพร่บทวิเคราะห์ ระบุว่า สหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายการใช้กำลังทางทหารจากการโจมตีเวเนซุเอลาในอเมริกาใต้ไปสู่อิหร่าน โดยมีการวิเคราะห์ว่า เป้าหมายแฝงของสหรัฐฯ ในทั้งสองปฏิบัติการ คือการสร้างความได้เปรียบเหนือจีน โดยเวเนซุเอลาและอิหร่านถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของจีนในด้านพลังงานและการเมือง เหตุการณ์โจมตีอิหร่านยังเกิดขึ้นก่อนการเยือนจีนของทรัมป์ที่กำหนดไว้ในวันที่ 31 มี.ค. – 2 เม.ย. ซึ่งเร็วขึ้นและมีระยะเวลาสั้นกว่ากรอบการเดินทางที่รัฐบาลทรัมป์เคยพิจารณาไว้ในตอนแรก *** การประชุมสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) ของจีนประจำปีนี้ เตรียมเปิดฉากขึ้นในวันนี้ โดยคาดว่า หลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน จะประกาศแผนยกระดับฐานอุตสาหกรรมของประเทศ ลดช่องว่างทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ พร้อมย้ำเป้าหมายในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ ที่เข้มข้นขึ้น *** กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึง Amazon และ Nvidia แสดงความกังวลต่อการที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ พิจารณาจัดให้บริษัทปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งหนึ่ง มีความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่นักลงทุนรายอื่น ๆ เร่งควบคุมผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างบริษัทดังกล่าวกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จดหมายซึ่งสภา Information Technology Industry Council ซึ่งมีสมาชิกอย่าง Nvidia, Amazon, Apple และ OpenAI ระบุว่า “เรามีความกังวลต่อรายงานล่าสุดเกี่ยวกับการที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กำลังพิจารณากำหนดสถานะความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน เพื่อตอบโต้ข้อพิพาทด้านการจัดซื้อ” อย่างไรก็ตาม จดหมายดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อบริษัท Anthropic โดยตรง *** Palantir Technologies เตรียมเผชิญความยากลำบากในการทยอยยุติการพึ่งพาเทคโนโลยีจาก Anthropic สืบเนื่องจากข้อพิพาทระหว่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยของระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อแพลตฟอร์ม Maven Smart Systems ของ Palantir Technologies ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่จัดหาให้กองทัพเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ข่าวกรองและการกำหนดเป้าหมายอาวุธ โดยมีการใช้ชุดคำสั่งและกระบวนการทำงานหลายส่วนที่พัฒนาขึ้นโดยอาศัยโค้ดจากระบบ Claude ของ Anthropic *** เจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวระหว่างการประชุม Morgan Stanley Technology, Media & Telecom Conference ว่า การลงทุนมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์ อาจเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายสำหรับ OpenAI ขณะที่บริษัทด้าน AI รายนี้เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ การลงทุนมูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ใน Anthropic ซึ่งเป็นคู่แข่งของ OpenAI ก็น่าจะเป็นการลงทุนครั้งสุดท้ายของ Nvidia ในสตาร์ทอัพ AI รายนี้ด้วยเช่นกัน *** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกบรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าพบที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ เพื่อร่วมลงนามในคำมั่นว่าจะจัดหาแหล่งพลังงานของตนเองสำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นทั่วสหรัฐฯ ต่อราคาค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง 
|