MTC โชว์กำไรปี 68 พุ่ง 14% แตะ 6.72 พันลบ. จ่ายปันผล 0.29 บ./หุ้น - ตั้งเป้าปี 69 สินเชื่อโต 10-15%

รูป MTC โชว์กำไรปี 68 พุ่ง 14% แตะ 6.72 พันลบ. จ่ายปันผล 0.29 บ./หุ้น - ตั้งเป้าปี 69 สินเชื่อโต 10-15%

efinAI


 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 ก.พ. 69 14:21 น.

 

MTC เผยปี 68 กำไรสุทธิ 6,723 ลบ. เพิ่มขึ้น 14.59% จากปีก่อน บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 28 เม.ย.นี้ ตั้งเป้าปี 69 พอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% มั่นใจคุม NPL ได้ตามเป้า ด้านโบรกฯ มีมุมมองเชิงบวก เชียร์ "ซื้อ" พร้อมชูราคาเป้าหมาย 45 -62 บ./หุ้น

 


นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานปี 68 และแนวโน้มุรกิจปี 69 โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

 

ผลประกอบการไตรมาส 4/68

 

- กำไรสุทธิ 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

- รายได้รวม 8,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83%

 

- พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56%

 

- สามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.53%

 

- ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 4/68 และภาพรวมทั้งปีเติบโตตามแผนงานที่วางไว้มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มีหลักประกันควบคู่กับการขยายสาขาต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้มากขึ้น

 

 


ผลประกอบการงวดปี 68

 


- กำไรสุทธิปี 69 ที่ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59% เทียบปีก่อน

 

- รายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17%

 

- พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56%

 

- อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

 

- ปัจจุบัน MTC ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 502 สาขา จากสิ้นปีก่อน รวมทั้งสิ้นเป็น 8,673 สาขา ณ สิ้นเดือนธ.ค.68

 


รางวัลที่ได้รับ

 

- ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ (CG Rating 5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 รวมถึงผลการประเมินด้านความยั่งยืน (ESG Rating) ระดับ AA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรที่ระดับ A-(tha) จาก Fitch Ratings ซึ่งสะท้อนถึงเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นขององค์กรในระดับสากล

 

- ได้รับรางวัล “Best Micro Finance Company Thailand 2025” จากเวที Global Banking & Finance Awards พร้อมร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก ได้แก่ บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA), บริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) และ Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) เพื่อผลักดันการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

 

- ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและขยายธุรกิจของผู้ประกอบการสตรีในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ในพื้นที่ชนบทของประเทศไทย สะท้อนบทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)

 


เคาะจ่ายปันผลปี 68 ที่ 0.29 บ./หุ้น

 

- ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสดจากงวดผลการดำเนินงานในปี 68 (ม.ค.-ธ.ค.68) ในอัตรา 0.29 บาท/หุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 เม.ย.69 และจ่ายปันผลวันที่ 15 พ.ค.69

 

 

แนวโน้มธุรกิจปี 69

 

- มีแผนเปิดสาขาใหม่ 400 สาขา เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก โดยเน้นจุดแข็งด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมทางการเงินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

- ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% เมื่อเทียบกับปี 68 เพราะธุรกิจมีแนวทางทำตลาด เพื่อส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทาง MTC ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าให้กว้างขึ้น แต่รูปแบบในปี 69 จะไม่ได้มีการเปิดสาขาในอัตราที่สูงดังเช่นที่ผ่านมา (เดิมขยายสาขาปีละประมาณ 600 สาขา) เพราะปัจจุบันสาขาของธุรกิจกระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างครอบคลุมแล้ว จากเดิมที่มีจำนวน 8,171 สาขา ณ สิ้นปี 67

 

- ปีนี้ตั้งเป้านำเอาเทคโนโลยีต่างๆเข้ามาช่วยทำตลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม ช่วยผลักดันศักยภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพิจารณาลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อควบคุม NPL ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด สนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

 

สรุปมุมมองโบรกเกอร์

 

ทั้งนี้สรุปภาพรวมมุมมองโบรกเกอร์ที่มีต่อ MTC จำนวน 4 ราย ได้แก่ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย), บล.เอเซีย พลัส, บล.กรุงศรี และ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ภายหลังประกาศผลประกอบการปี 68 ออกมาทำ New High ตามคาด โดยสรุปประเด็นสำคัญดังนี้

 

- จุดเด่นสำคัญที่ทุกโบรกเกอร์เห็นตรงกัน 1.กำไรปี 68 ทุบสถิติใหม่ (นิวไฮ), 2.คุณภาพสินทรัพย์ดีเกินคาด โดย NPL Ratio ปรับตัวลดลงจาก 2.6% ในไตรมาสก่อน มาอยู่ที่ 2.53%และ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 143% (สะท้อนการตั้งสำรองที่รัดกุม) และ3.แนวโน้มปี 69 ยังสดใส โดยคาดการณ์กำไรปี 69 จะโตต่อในช่วง 8% - 13% (ประมาณการ 7.3 พันล้านบาท)

 

- ประเมิน MTC กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเร่งขยายสาขา มาเป็นการเน้นคุณภาพหนี้และกำไรต่อสาขา ซึ่งตลาดมองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ปลอดภัยและยั่งยืนกว่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันครับ

 

- โบรกเกอร์ทั้ง 4 ราย มีมุมมองเชิงบวกและแนะนำ "ซื้อ" ทั้งหมด พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 45 - 62 บาทต่อหุ้น

 

 



แท็กที่เกี่ยวข้อง

Editing by

ปริวัฒน์ หินพลอย

ปริวัฒน์ หินพลอย