4 บลจ. มองเทรนด์ลงทุนปี 69 ชูตลาดหุ้นสหรัฐ-อินเดีย พร้อมยกกลุ่ม AI และไบโอเทคมาแรง ภายในงาน TISCO Exclusive Night "Beyond Wealth & Well-being 2026" พร้อมดึงอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำ เปิดมุมมองสุขภาพทั้งโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจ และมะเร็งแบบเชิงลึก ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จัดงานสัมมนา TISCO Exclusive Night ‘Beyond Wealth & Well-being 2026’ ต่อยอดแนวคิด Friends for Well-Being สร้าง Ecosystem การวางแผนเกษียณแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งมิติการลงทุน การบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว สำหรับเสวนาในช่วง ‘Beyound Opportunities: Investment Leaders’ Insights’ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจาก 4 บลจ. ร่วมฉายภาพการลงทุนในปี 69 ซึ่งมีประเด็นสำคัญดังนี้ - นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด มองในปี 69 หุ้นสหรัฐอเมริกายังน่าลงทุน จาก 2 ปัจจัย ได้แก่ การคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังดีต่อเนื่อง จากตัวเลขกำไรบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะเป็นไม่กี่ประเทศที่คาดการณ์จีดีพีจะเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าปีนี้จะโต 2.2% จาก 2.1% แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับขึ้นมาพอสมควรแล้วราว 15-17% แต่ยังน่าลงทุน จากอัตราการว่างงานดีขึ้น การบริโภคดีขึ้น นโยบายการคลังของสหรัฐฯ ที่มีการอัดฉีดเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเพิ่มเติม ช่วยลดภาระประชาชนในด้านภาษีและเพิ่มสวัสดิการสังคม และลดภาระบริษัทจดทะเบียนด้านภาษีนิติบุคคล ทำให้มีเงินหมุนในระบบมากขึ้น - คาดทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง สนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวได้ต่อและสะท้อนมาที่กำไรบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่เติบโตได้ต่อเนื่อง ประกอบกับการที่บริษัทต่างๆ มีการเร่งนำเทคโนโลยีและใช้ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต ส่งผลให้กำไรยังคงเติบโตต่อไปได้ 
- นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ระบุปี 69 หุ้นอินเดียเป็นหุ้นที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลกและขึ้นแท่นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกแซงญี่ปุ่น โดยคาดว่าในปี 2026 จีดีพีอินเดียจะสูงถึง 7.5% ซึ่งได้เปรียบในเชิงโครงสร้างจากขนาดประชากรที่มีจำนวนมากและอยู่ในวัยทำงาน มีเศรษฐกิจที่พึ่งพาภายในประเทศ ตลาดทุนมีคุณภาพและเสถียรภาพสูง มี ROE (Return on Equity) อยู่ที่ 16% สูงกว่าตลาดหุ้นเวียดนาม และจีน - ชี้ตลาดหุ้นอินเดียยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ4 ของโลกหุ้นอินเดียยังเป็นโอกาสลงทุนในระดับราคาที่น่าสนใจ ขณะที่แนวโน้มการเติบโตยังคงแข็งแกร่ง เพราะราคาหุ้นยังไม่นำหน้าปัจจัยพื้นฐาน เมื่อเทียบกับจีน เวียดนาม และตลาดเกิดใหม่ อินเดียถือเป็นตลาดที่ระดับราคายังใกล้เคียงค่าเฉลี่ยเดิมมากที่สุด หุ้น PE 19 เท่า เป็น PE ที่อยู่มา 20 กว่าปี สะท้อนผลการดำเนินงาน การเติบโตที่ค่อนข้างมาก ทำให้หุ้นอินเดียน่าสนใจ - นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด มุมมองการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ปี 69 จะเปลี่ยนผ่านจากการฝึกฝน AI สู่การหาคำตอบจาก AI ทำให้เกิดการพัฒนาชิปแบบพิเศษ และเมมโมรี่เกรดพิเศษ ความเร็วสูง เปรียบเหมือนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ 16 เลน ที่สามารถส่งผ่านข้อมูลมหาศาลได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที โดยกลุ่มผู้ผลิตชิปและฮาร์ดแวร์ จะเริ่มกระจายการลงทุนในชิพแบบพิเศษนี้ ขณะเดียวกันผู้ได้รับประโยน์จาก AI ในการลดต้นทุน จะนำไปสู่การสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ๆ โดย AI จะไม่จำกัดอยู่ในซอฟท์แวร์เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงกลุ่มอุตสาหกรรรม กลุ่มพลังงานและแพลตฟอร์มทางการเงิน เป็นต้น - นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทิสโก้ จำกัด มองกลุ่มไบโอเทค เป็นซับเซคเตอร์ของกลุ่มเฮลท์แคร์ ธุรกิจหลักคือการวิจัยและทดลองยา เมื่อทดลองสำเร็จจะมีรายได้จากการขายสิทธิบัตรให้กับบริษัทยา โดยโอกาสของหุ้นกลุ่มไบโอเทค กำลังจะเกิดขึ้นจากวิกฤตหน้าผาสิทธิบัตรยา (The Pharmaceutical Patent Cliff) เนื่องจากสิทธิบัตรยาที่ส่วนใหญ่เป็นของบริษัทยารายใหญ่ของโลก กำลังทยอยหมดอายุในอีก 4-5 ปีจากนี้ (ภายในปี 2030) กระทบรายได้กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะยาที่รักษาโรคยาก เช่น โรคมะเร็ง ทำให้ราคายาถูกลงอย่างมาก กระทบต่อกำไรของบริษัทยารายใหญ่ ทำให้ต้องไปแสวงหายาใหม่ ๆ มาสร้างการเติบโต กระตุ้นให้เกิดการเข้าไปซื้อหรือควบรวมกิจการปี 2025 เริ่มเห็นการเทคโอเวอร์มากขึ้น และเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
"เราเชื่อว่าจะเกิดการเทคโอเวอร์ต่อเนื่องในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ทำให้หุ้นกลุ่มไบโอเทคปรับตัวสูงขึ้น อีกปัจจัยที่กระตุ้นให้กลุ่มนี้น่าสนใจคือ เทรนด์ดอกเบี้ยขาลง ทำให้ต้นทุนทางการเงินในการทดลองยาลดลง หุ้นกลุ่มไบโอเทคจึงน่าสนใจมากขึ้น เช่นเดียวกับการมาของ AI ทำให้การวิจัยและทดลองยาเร็วขึ้นจาก 10 ปีเหลือ 2-3 ปี กระตุ้นการสร้างรายได้เร็วขึ้นของบริษัทไบโอเทค โลกที่เข้าสู่สังคมสูงวัยยังทำให้ความต้องการยาเพิ่มมากขึ้น" นายสาห์รัช กล่าว - งานเสวนาช่วง ‘The Future of NCD Care’ ธนาคารทิสโก้ร่วมกับพันธมิตรโรงพยาบาลรัฐที่เป็นโรงเรียนแพทย์ ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยได้รับเกียรติจาก ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ หัวหน้าศูนย์ประสาทศาสตร์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาท และโรคหลอดเลือดสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศเซลล์บำบัดและยีนบำบัด คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมด้วย รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทรวงอก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการป้องกันและนวัตกรรมการรักษา

|