| นักลงทุนชาวจีนกำลังหาช่องทางใหม่ในการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ หลังจากรัฐบาลปักกิ่งกวาดล้างการซื้อขายหุ้นข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นเงินทุนไหลออกต่างประเทศ โดยมาตรการที่เข้มงวดดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรวดเร็ว และฉุดดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ดิ่งลง สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 พ.ค.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์จีน (China Securities Regulatory Commission-CSRC) ได้สั่งปรับแพลตฟอร์มเทรดหลักทรัพย์ออนไลน์ ประกอบด้วย Futu, Tiger Brokers ของ Up Fintech Holding Ltd. และ Longbridge Securities เป็นเงินรวมกันกว่า 330 ล้านดอลลาร์ ในข้อหาดำเนินกิจการในจีนแผ่นดินใหญ่โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเป็นการใช้มาตรการปราบปรามที่รุนแรงอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านั้นในปี 2022 จีนเคยสั่งให้โบรกเกอร์ออนไลน์ปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมายและห้ามเปิดรับนักลงทุนรายใหม่ในประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความอดทนที่ลดลงต่อกระแสเงินทุนไหลออก มาตรการดังกล่าวส่งผลให้ดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ร่วงลง 2.2% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่วนมูลค่าตลาดของ Futu แพลตฟอร์มซื้อขายหลักทรัพย์ดิจิทัลและบริหารความมั่งคั่ง หายไปมากกว่า 1 ใน 4 นอกจากนี้ ยังเสี่ยงฉุดสภาพคล่องในตลาดฮ่องกง รวมถึงการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่กำลังบูม ท่ามกลางอุปสงค์ที่ลดลงจากนักลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ ก่อนที่ดัชนี Hang Seng จะกลับมาฟื้นตัวช่วงเช้านี้ โดยบวกขึ้น 0.4% ณ เวลา 10:20 น. ของฮ่องกง ดัชนีที่รวบรวมโดย Bloomberg Intelligence ประเมินว่า มีเงินไหลออกจากจีน ราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นเงินทุนไหลออกรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลเมื่อปี 2006 Citic Securities คาดการณ์ว่า การปราบปรามครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ในฮ่องกงมูลค่าสูงถึง 250,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 32,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะ Futu รายเดียว ครองสัดส่วนราว 150,000 ล้าน – 180,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง โดย Futu เป็น Underwriter ในการทำ IPO ในฮ่องกงถึง 30 รายการในปีนี้ ซึ่งมากกว่าธนาคารอื่นๆ ขณะเดียวกัน นักลงทุนบางส่วนที่เคยหลบเลี่ยงคำสั่งห้ามในปี 2022 และเปิดบัญชีใหม่โดยใช้เอกสารเท็จ หนึ่งในนั้น กล่าวว่า ตนเองเปิดบัญชีกับ Futu เมื่อปีที่แล้วโดยใช้รายละเอียดที่อยู่ของเพื่อนในฮ่องกง เพื่อที่จะได้จองซื้อหุ้น IPO ในฮ่องกงได้ หลังข่าวดังกล่าว ตนจึงรีบตรวจสอบกับบริษัทโบรกเกอร์รายอื่น ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่กลับพบว่าเงื่อนไขในการเปิดบัญชีนั้นถูกยกระดับให้เข้มงวดขึ้นอีก ปัจจุบัน นักลงทุนคนดังกล่าวพร้อมที่จะเทขายหุ้นทั้งหมดที่มีมูลค่ารวม 2 ล้านหยวน เพื่อเลี่ยงความเสี่ยง ในขณะที่ธุรกิจโบรกเกอร์กำลังย่ำแย่ ฝั่งสถาบันการเงินหรือธนาคารก็พร้อมเข้ามารับช่วงแทน โดยอัลเลน หวัง หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย Jincheng Tongda & Neal ในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า ลูกค้าบางรายได้เริ่มโยกย้ายบริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศไปยังสถาบันการเงินต่างๆ อาทิ Bank of China สาขาฮ่องกง หรือ HSBC ซึ่งยังคงได้รับอนุญาตให้ทำการซื้อขายข้ามพรมแดนได้ โดยนักลงทุนไม่จำเป็นต้องขายสินทรัพย์ที่ถือครอง เนื่องจากสามารถย้ายบัญชีผ่านระบบการโอนย้ายผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สินได้ แม้ว่าที่ผ่านมา ธนาคารจะเป็นทางเลือกที่เชื่อมั่นได้ตลอด แต่มีความน่าดึงดูดน้อยกว่าโบรกเกอร์อย่าง Futu เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าและประสิทธิภาพต่ำกว่า แต่ตอนนี้กลับมีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น แม้ว่านโยบายในขณะนี้จะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ลูกค้าก็ยังกังวลว่าธนาคารต่างๆ อาจจะถูกสั่งห้ามในอนาคตเช่นกัน ที่มา Bloomberg ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-stock-news |