BHP บริษัทเหมืองแร่จดทะเบียนรายใหญ่ที่สุดของโลกจากออสเตรเลีย บรรลุข้อตกลงการจัดหาแร่เหล็กกับ China Mineral Resources Group (CMRG) ของจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยุติการเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ซึ่งถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลปักกิ่งในการเพิ่มอำนาจต่อรองเหนือราคาวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล็ก
Nikkei รายงานว่าข้อตกลงดังกล่าวมีผลผูกพันไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2027 (มิถุนายน 2027) ขณะที่ BHP ยังคงสงวนรายละเอียดเกี่ยวกับการเจรจาที่ตึงเครียดในครั้งนี้ รวมถึงข้อเสนอพิเศษใดๆ ที่อาจมีการตกลงกันไว้ โดยในรายงานทบทวนการดำเนินงานที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ ระบุเพียงสั้นๆ ว่า "เราได้ข้อสรุปในการเจรจาสัญญาขายแร่เหล็กกับกลุ่ม China Mineral Resources Group (CMRG) แล้ว"
เบื้องหลังการงัดข้อระหว่าง BHP และ CMRG
BHP และ CMRG ซึ่งเป็นหน่วยงานจัดซื้อแร่เหล็กภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลจีน เริ่มเจรจาเรื่องราคากันมาตั้งแต่กลางปี 2025 แต่การเจรจาหยุดชะงักลงจนนำไปสู่การที่ CMRG สั่งจำกัดการซื้อผลิตภัณฑ์บางประเภทของ BHP เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์มองว่ากลยุทธ์ สายแข็งของจีนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามขยับขึ้นมาเป็นผู้กำหนดกลไกราคาแร่เหล็กให้ต่ำลง ในอุตสาหกรรมที่ถูกครอบงำโดยผู้ผลิตรายใหญ่จากออสเตรเลียและบริษัท Vale ของบราซิล ซึ่งในอดีต (ช่วงปี 2010) BHP เคยเป็นผู้นำในการเปลี่ยนระบบสัญญาจากระยะยาวมาเป็นการอิงราคาตลาดจร (Spot Market) ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตทำกำไรมหาศาลในช่วงที่เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดด
สัญญาณการฟื้นตัวและผลประกอบการ
แบรนดอน เครก ว่าที่ซีอีโอคนใหม่ของ BHP และ ไมค์ เฮนรี่ ซีอีโอคนปัจจุบันที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ได้เดินทางไปจีนเพื่อพบปะกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเหล็กเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากนั้น Reuters รายงานว่ามาตรการแบนของโรงงานเหล็กไม่ให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของ BHP ได้ถูกยกเลิกแล้ว
แม้ก่อนหน้านี้เฮนรี่จะเคยระบุว่าข้อพิพาทกับ CMRG อาจส่งผลกระทบต่อราคาบ้าง แต่รายงานล่าสุดระบุว่าราคาแร่เหล็กที่บริษัทได้รับจริง (Realized Price) กลับเพิ่มขึ้น 2% มาอยู่ที่ 84.91 ดอลลาร์ต่อตัน (รวมความชื้น) และยอดการผลิตเพิ่มขึ้น 1% ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม-มีนาคม)
ความสำคัญต่อเศรษฐกิจออสเตรเลีย
การเจรจาในครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากผู้นำออสเตรเลีย เนื่องจากแร่เหล็กเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุดของประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้สูงถึง 1.16 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 8.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปีงบประมาณนี้ หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าการส่งออกทรัพยากรและพลังงานทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกแร่เหล็กของออสเตรเลียมีแนวโน้มลดลงในอนาคต เมื่ออุปทานใหม่จากเหมือง Simandou ในกินี (แอฟริกาตะวันตก) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Rio Tinto และ Chalco ของจีน เริ่มเข้าสู่ตลาด
เบนเข็มสู่ "ทองแดง" รับเทรนด์ AI
ภายใต้การนำของเฮนรี่ BHP เริ่มปรับทิศทางธุรกิจไปทาง "ทองแดง" อย่างหนัก เนื่องจากเป็นโลหะสำคัญที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และระบบไฟฟ้า ซึ่งราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยราคาเฉลี่ยของทองแดงพุ่งขึ้นถึง 31% มาอยู่ที่ 5.47 ดอลลาร์ต่อปอนด์ และบริษัทคาดการณ์ว่ายอดผลิตทั้งปีจะแตะระดับสูงสุดที่ราว 1.9 - 2.0 ล้านตัน
ที่มา Nikkei Asia