BH เร่งขยายเครือข่าย เตรียมเปิดรพ.ภูเก็ต-รพ.เฉพาะทาง พร้อมขยายศูนย์มะเร็ง มองผู้ป่วยต่างชาติยังแข็งแกร่ง ตั้งเป้าดันรายได้ไวทัลไลฟ์แตะ 2,000 ลบ. ชี้ ‘โรคอ้วน’ วิกฤตสุขภาพ–เศรษฐกิจชาติ เดินหน้าขยายบริการรับดีมานด์พุ่ง ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนขยายการลงทุนด้านการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โดยเตรียมเปิดโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ภูเก็ต รวมถึงอาคารโรงพยาบาลใกล้เคียงเดิม ซอย 1 ซึ่งจะพัฒนาเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ขนาด 59 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงกลางปี 2570 พร้อมทั้งเดินหน้าขยายศูนย์มะเร็ง จากเดิม 1 ชั้น เป็น 6 ชั้น เพื่อรองรับความต้องการรักษาที่เพิ่มขึ้น 
สำหรับทิศทางธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับกลุ่มธุรกิจไวทัลไลฟ์ (VitalLife) มากขึ้น ควบคู่กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยมองว่าตลาดไวทัลไลฟ์มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่น และจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยสนับสนุนการให้บริการและการดูแลผู้ป่วย บริษัทตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากไวทัลไลฟ์ในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่อยู่ราว 1,000 ล้านบาท แม้ยังถือเป็นสัดส่วนไม่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวมของธุรกิจโรงพยาบาลที่เฉลี่ยปีละประมาณ 20,000 ล้านบาท แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว ด้านแนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2569 จำนวนผู้ป่วยต่างชาติยังไม่ปรับตัวลดลง และบริษัทยังคาดหวังเห็นความคืบหน้าของการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างรัฐบาลไทยและซาอุดีอาระเบียในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งต่อผู้ป่วยให้มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ผู้ป่วยจากคูเวตยังอยู่ระหว่างรอการปรับนโยบายภายในประเทศ ซึ่งหากแล้วเสร็จคาดว่าจะกลับมาส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเพิ่มขึ้น ส่วนกรณีการยกเลิกประกันแบบเหมาจ่าย บริษัทไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรายได้จากผู้ป่วยประกันมีสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้รวม โดยเป็นลูกค้าต่างชาติและคนไทยในสัดส่วนใกล้เคียงกัน และยังมีรายได้จากช่องทางอื่นเข้ามาชดเชยได้อย่างเพียงพอ ดร.อาทิรัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรง พบเกือบ 50% ของคนไทยมีน้ำหนักเกินหรืออ้วน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพประชาชนและเศรษฐกิจประเทศอย่างมหาศาล ข้อมูลจากกรมอนามัย ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วนสูงถึง 42.4% ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิด รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ World Obesity Federation (WOF) ประเมินว่า ในปี 2562 โรคอ้วนสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยสูงถึง 256,370 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.5% ของ GDP และหากไม่เร่งแก้ไข ภายในปี 2603 ความเสียหายอาจพุ่งสูงถึงกว่า 5.6 ล้านล้านบาท บำรุงราษฎร์จึงเน้นแนวทางการควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยและยั่งยืน ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาวิชาชีพ ด้วยการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่การปรับพฤติกรรม โภชนาการ การออกกำลังกาย การใช้ยา ไปจนถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ เช่น การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร (ESG) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงโรคและสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาว 
|