เมย์แบงก์ฯ มอง SET มี.ค.ในกรอบ 1,430-1,520 จุด แรงหนุนจากความคาดหวังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พ.ค.นี้ หนุนการออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค - การลงทุน พร้อมติดตามความเสี่ยงปัญหาตะวันออกกลาง ทำราคาพลังงานผันผวน กดดันเงินเฟ้อ บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ "ความคาดหวังนโยบายรัฐบาลยังหนุน แต่มีความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มเติม" มอง SET มีแนวโน้มเคลื่อนไหวเชิงบวกต่อเนื่องในเดือนมีนาคม หนุนโดยกระแส Fund Flow ต่างชาติที่ไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการปรับสถานะลงทุนหลังต่างชาติ Underweight ไทยมานาน - ประเมิน SET แกว่ง Sideway up ในกรอบ 1,430-1,520 จุด แรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในระยะสั้น - กระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยยอดซื้อสุทธิสะสม YTD +5.9 หมื่นล้านบาท สะท้อนการ Rerating ต่อสินทรัพย์ไทยหลังช่วงยาวของการ Underweight 
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ - ความคาดหวังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายในต้นพฤษภาคมช่วยเพิ่มความชัดเจนในการขับเคลื่อนนโยบาย และโอกาสเร่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน - ด้านนโยบายการเงิน การลดดอกเบี้ยสู่ 1% ของ ธปท. ช่วยหนุนสภาพคล่องและเอื้อต่อการฟื้นตัวของสินเชื่อ อย่างไรก็ตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้นหลังสถานการณ์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ยกระดับความตึงเครียด กระทบเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก - นักลงทุนเริ่มให้น้ำหนักการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายในต้นพฤษภาคม ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนของการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ - การออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค และการผลักดันโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ช่วยเสริม Sentiment ต่อกลุ่ม Domestic Play อาทิ ค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง และนิคมอุตสาหกรรม - ด้านนโยบายการเงิน การที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสู่ 1% เร็วกว่าคาด สะท้อนท่าทีเชิงผ่อนคลายมากขึ้น ป - ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความเร็วของส่งผ่านนโยบายสู่ระบบเศรษฐกิจจริง หากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง สามารถกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อใหม่และการลงทุนภาคเอกชนได้ จะเป็น Upside ต่อประมาณการกำไร โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่นอสังหาริมทรัพย์ การบริโภค และการเงิน ความเสี่ยงภายนอกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ - จากความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ยกระดับสู่ความขัดแย้งทางทหาร ซึ่งจะนำไปสู่ความผันผวนของราคาพลังงานอาจกระทบต้นทุนภาคธุรกิจและแรงกดดันเงินเฟ้อในระยะสั้น หุ้น Top Picks มีนาคม • AP (TP 10.50 บาท) คาดกำไรปี 69 พลิกเติบโต 11% โครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง จ่ายปันผลสูง 6.5% ต่อปี PER ถูกอย่างมาก 5.6x • AMATA (TP 25.00 บาท) คาดกำไรปี 2569 จะเติบโต 14% ความกังวลด้านภาษีนำเข้าผ่อนคลาย ดีลที่เลื่อนจากปี 2568 ใกล้ปิดการขายและนโยบายภาครัฐสนับสนุนการดึงดูด FDI • BCP (TP 54.00 บาท) แนวโน้มค่าการกลั่นปี 69 ทรงตัวสูง หนุนกำไรปี 69 ขยายตัว 12%YoY ระยะสั้นได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง 
|