สรุปไฮไลท์ AI Impact Summit 2026 : ใครพูดอะไรที่อินเดีย กับหลายโจทย์ใหญ่ยุค AI

รูป สรุปไฮไลท์ AI Impact Summit 2026 : ใครพูดอะไรที่อินเดีย กับหลายโจทย์ใหญ่ยุค AI

efinAI


การประชุม AI Impact Summit 2026 ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพ เพิ่งปิดฉากไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ถือเป็นการประชุมสุดยอดด้าน AI ระดับโลกครั้งแรกที่จัดขึ้นในกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) โดยมีผู้นำรัฐบาล, ผู้เชี่ยวชาญ, ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและภาคประชาสังคมจากทั่วโลก มาแลกเปลี่ยนมุมมองและร่วมกันกำหนดทิศทาง AI ในอนาคต แม้งานจะจบไปแล้ว แต่ยังมีโจทย์ใหญ่หลายข้อเป็นการบ้านที่ต้องขบคิดเพื่อให้ทันกับคลื่นเทคโนโลยีที่พัฒนาไปเร็วกว่ายุคไหน ๆ

มนุษย์ยังต้องเป็นศูนย์กลาง

นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ย้ำว่า AI ต้องไม่ลดทอนคุณค่าของมนุษย์ให้เหลือสถานะเป็นแค่จุดข้อมูล (Data points) หรือวัตถุดิบสำหรับ AI พร้อมเรียกร้องให้มีการส่งเสริมการเข้าถึง AI ให้ครอบคลุม และต้องสร้างเทคโนโลยีนี้ให้เป็นเครื่องมือแห่งการมีส่วนร่วมและเพิ่มสมรรถนะ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศโลกใต้

ผู้นำอินเดียย้ำว่า ทิศทางที่โลกกำหนดให้ AI ในวันนี้ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของมนุษยชาติ แม้ต้องเปิดพื้นที่ให้ AI เติบโตอย่างเสรี แต่การควบคุมทิศทางยังต้องอยู่ในมือของมนุษย์

อย่าเป็นเพียงตลาดที่บริโภคเทคโนโลยี

ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เตือนถึงความเสี่ยงที่ประเทศกำลังพัฒนาอาจถูกลดบทบาทเหลือเพียงตลาดรองรับบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติ ยิ่งในช่วงที่ความตึงเครียดทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ความเร่งด่วนในการกำหนดทิศทางเครื่องมือดิจิทัลไปสู่แนวทางที่ครอบคลุม จึงยิ่งสำคัญมากขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้อินเดีย รวมถึงแอฟริกา โดยต้องไม่มีประเทศใดถูกกำหนดให้เป็นเพียงตลาดที่บริษัทต่างชาติเข้ามาขายโมเดล AI และดึงข้อมูลของพลเมืองออกไป

อินเดีย: ตลาด AI ที่เติบโตเร็วสุด

แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI ชื่นชมการปรับตัวเพื่อเปิดรับและประยุกต์ใช้ AI ของอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท และอาจเร็วสุดในเวลานี้ อัลท์แมนเชื่อว่าอินเดียจะเป็นหนึ่งในตลาด AI ที่ใหญ่ที่สุดของโลก และจะมีอิทธิพลอย่างสูงต่อทิศทางการพัฒนา AI ในอนาคต


AI กับบทบาทในการแก้ปัญหากลุ่มประเทศโลกใต้

แบรด สมิธ ประธานบริษัท Microsoft เน้นว่า ควรนำ AI ไปใช้แก้ปัญหาที่สำคัญในกลุ่มประเทศโลกใต้ เช่น ความมั่นคงทางอาหารและการเกษตร

พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวโครงการใหม่ของ Microsoft เพื่อแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางอาหารในแอฟริกา พร้อมย้ำว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาทักษะ และการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบกับผู้คนและสังคมจริง ๆ คือรากฐานของอนาคต

ลดต้นทุนในการเข้าถึง AI

มูเกช อัมบานี ประธาน Reliance Industries ประกาศชัดว่า อินเดียต้องก้าวเข้าสู่ยุคแห่งปัญญา (Intelligence era) ด้วยต้นทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้

เขาระบุว่า หาก Jio (เครือข่ายมือถือของ Reliance Industries ในอินเดีย) เคยเป็นสะพานเชื่อมอินเดียสู่ยุคอินเทอร์เน็ต วันนี้จะเชื่อมประเทศเข้าสู่ยุคปัญญาประดิษฐ์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะลดต้นทุนของ AI ลงให้มากกว่านี้ เช่นเดียวกับที่เคยลดต้นทุนอินเทอร์เน็ตในอดีต

AI ต้องถึงมือทุกคน

นาทาราจัน จันทรเสการัน ประธาน Tata Sons กล่าวว่า ทุกฝ่ายมีภารกิจร่วมกันคือ การทำให้ทุกคนและประชาชนของอินเดียได้ใช้ประโยชน์จาก AI และต้องนำเครื่องมือ AI ส่งให้ถึงมือคนสุดท้ายของประเทศนี้และของโลก

ช่องว่างดิจิทัลกลายเป็นช่องว่าง AI

ซุนดาร์ พิชัย ซีอีโอ Alphabet เตือนว่า โลกไม่ควรปล่อยให้ช่องว่างด้านดิจิทัล (Digital divide) กลายเป็นช่องว่างด้าน AI (AI divide) AI จะเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งการแทนที่งานบางอย่าง ปรับบทบาทงานเดิม และสร้างอาชีพใหม่ เมื่อ 20 ปีก่อน ไม่มีใครนึกถึงอาชีพครีเอเตอร์ YouTube แต่วันนี้มีผู้ประกอบอาชีพดังกล่าวนับล้านคนทั่วโลก

ศักยภาพมหาศาลที่มาพร้อมกับความเสี่ยง

ดาริโอ อาโมเดอี ซีอีโอ Anthropic ฉายภาพ AI ทั้งสองด้าน ด้านหนึ่ง AI อาจรักษาโรคที่เคยรักษาไม่ได้ ยกระดับสุขภาพมนุษย์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนนับพันล้านให้หลุดพ้นจากความยากจน แต่อีกด้านหนึ่ง ยอมรับว่ากังวลถึงพฤติกรรมอัตโนมัติของโมเดล ความเสี่ยงจากการนำไปใช้ในทางที่ผิด และการถูกแทนที่ทางเศรษฐกิจ

AGI กับแรงสั่นสะเทือนของมนุษยชาติ

เดมิส ฮัสซาบิส ซีอีโอ DeepMind ระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ Artificial General Intelligence (AGI) กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคาดการณ์ว่า AGI จะสร้างผลกระทบมากกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมถึงสิบเท่า และเกิดขึ้นด้วยความเร็วสิบเท่า โดยอาจเปลี่ยนโลกภายในทศวรรษเดียว เช่นเดียวกับการรู้จักใช้ไฟหรือการค้นพบไฟฟ้าในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

อินเดีย: ศูนย์กลางบุคลากร AI ของโลก

ริชาด เปรมจิ ประธานบริหาร Wipro มองว่า อินเดียมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางบุคลากรด้าน AI ของโลก ปัจจุบันมีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ราว 60,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มเป็นสองเท่าภายในปี 2027 อินเดียจึงไม่ควรเป็นเพียงผู้สร้างเทคโนโลยี แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่มีการทดสอบ AI ภายใต้ความซับซ้อนที่เกิดขึ้นจริง

AI ก็ต้องการอินเดีย

นันตัน นิเลคณี ผู้ร่วมก่อตั้ง Infosys กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับ AI เป็นแบบพึ่งพากันและกัน ด้วยขนาดเศรษฐกิจและประชากร อินเดียคือสนามทดสอบที่เหมาะสมที่สุดในการพิสูจน์ว่า AI สามารถเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ และยังประเมินว่า AI อาจช่วยผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียได้สูงถึง 25%

ผู้หญิงกับช่องว่างทางนวัตกรรม

โรชนิ นาดาร์ มัลโฮตรา ประธาน HCLTech ชี้ให้เห็นว่า การขาดแคลนผู้หญิงในสายงานด้าน STEM และ AI ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องความหลากหลาย แต่คือ ช่องว่างทางนวัตกรรม

แม้อินเดียจะมีสัดส่วนผู้หญิงในสายงาน STEM สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก แต่ในระดับผู้บริหารระดับกลางยังมีสัดส่วนที่ต่ำมาก ทำให้มุมมองสำคัญส่วนหนึ่งขาดหายไปจากกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยี

AI เปลี่ยนโมเดลธุรกิจ IT

เค. คริธิวสัน ซีอีโอ TCS ประเมินว่า AI อาจเพิ่มผลิตภาพในธุรกิจ IT แบบดั้งเดิมได้ 20–30% แต่เชื่อว่าองค์กรไม่น่าจะลดจำนวนพนักงาน โดยจะใช้ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเพื่อเร่งการทำงานและการนำเทคโนโลยีมาใช้ พร้อมเสนอให้อุตสาหกรรมปรับการคิดค่าบริการที่อิงจากแรงงาน ไปสู่การคิดราคาที่อิงตามผลลัพธ์

การประชุม India AI Impact Summit 2026 จึงสะท้อนภาพของ AI ทั้งสองมิติอย่างชัดเจน ทั้งในปัจจุบันและอนาคต รวมถึงโอกาสทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล และความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่อาจเพิ่มความเหลื่อมล้ำ โจทย์ใหญ่ที่ต้องร่วมกันคิด คือ ทำอย่างไรให้ AI เป็นเครื่องมือแห่งการยกระดับมนุษย์ ไม่ใช่กลไกที่ทำให้บางประเทศหรือบางกลุ่มคนถูกทิ้งไว้ข้างหลังในยุค AI

เรียบเรียงจาก The Federa

แท็กที่เกี่ยวข้อง