| กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เนื่องจากสงครามอิหร่านส่งผลให้การขยายตัวชะงักงัน เตือนหากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจกดดันเศรษฐกิจในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจฉบับล่าสุดของ IMF ระบุว่า ประเทศผู้ส่งออกพลังงานที่ต้องพึ่งพาเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซจะเผชิญกับการหดตัวทางเศรษฐกิจรุนแรงกว่าประเทศที่มีเส้นทางการค้าเข้าออกได้หลายช่องทาง กลุ่มประเทศที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวรุนแรง - กาตาร์ คาดว่าจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย IMF ประเมินว่า เศรษฐกิจจะหดตัวถึง 8.6% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการปรับลดลงเกือบ 15 จุดจากคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนต.ค. สะท้อนถึงวิกฤตในตลาดก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ
- อิรัก คาดการณ์ว่า GDP จะติดลบ 6.8%
- อิหร่าน คาดการณ์ว่าจะหดตัว 6.1%
กลุ่มประเทศที่ยังมีการเติบโต แม้จะชะลอตัวลง ด้านซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นสองเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดในอ่าวเปอร์เซีย คาดว่าจะเติบโตที่ 3.1% โดยเป็นการปรับลดลงจากประมาณการครั้งก่อน 0.9 จุด และ 1.9 จุดตามลำดับ IMF ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ การหยุดชะงักของการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงผลกระทบที่รุนแรงต่อการเดินทางทางอากาศสู่ภูมิภาคและอ่าวอาหรับนั้น ล้วนส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในทันที จิฮัด อาซูร์ ผู้อำนวยการฝ่ายตะวันออกกลางและเอเชียกลางของ IMF กล่าวว่า ผลกระทบที่ทิ้งร่องรอยของบาดแผลจากสงครามอาจเลวร้ายลง หากความขัดแย้งยืดเยื้อนานกว่านี้ ทั้งนี้ IMF ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกมาอยู่ที่ 3.1% ในสัปดาห์นี้ ภายใต้สมมติว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงในเวลาอันสั้นและราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจลดลงต่ำกว่า 2% หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายรุนแรงกว่านี้ ที่มา Bloomberg |