ธปท.จับตาตะวันกลางกลางใกล้ชิด ห่วงน้ำมันพุ่งทุก 10 เหรียญ กระทบจีดีพี 0.1-0.15% ย้ำอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับรับผลกระทบได้ แต่หากเกินคาดอาจมีมาตรการอื่นเสริม ฟากก.พลังงานเตรียมแผนหาน้ำมันจากแหล่งอื่น รับมือการปิดช่องแคบเฮอร์มุซ พร้อมสั่งตรึงราคาดีเซล ด้าน ปตท. - บางจาก ประกาศยังตรึงราคาน้ำมันช่วยปชช. * ผู้ว่าธปท.ห่วงน้ำมันพุ่งทุก 10 เหรียญ กระทบจีดีพี 0.1-0.15%
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินความขัดแย้งตะวันออกกลางว่า ต้องค่อยประเมินดูสถานการณ์ โดยมีประเด็นน่าสนใจดังนี้ - ตลาดเงินทั่วโลกยังผันวนจากประเด็นดังกล่าว ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินสงครามครั้งนี้มีความรุนแรงและขยายวงกว้างกว่าครั้งก่อนที่ อิหร่าน-อิสราเอล สู้รบกัน 12 วัน - การปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ คิดเป็นช่องทางขนส่งน้ำมัน 20% ของทั่วโลก จะกระทบให้ราคาน้ำมันขึ้นแรงต่อเนื่องแน่นอน เพราะราคาน้ำมันขึ้น 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้กระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.10-0.15% เงินเฟ้อขึ้น 0.4-0.5% เพราะน้ำมันนั้นอยู่ในตะกร้าคำนวณเงินเฟ้อ 13%
- กนง.ลดดอกเบี้ยไป 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ครั้งนั้นได้ประเมินความเสี่ยงไว้หลายเรื่อง ซึ่งเป็นส่วนช่วยรับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งไม่ลดในครั้งที่ผ่านมา การประชุมในอีก 2 เดือนข้างหน้า อาจจะไม่ทัน
" ผลกระทบอยู่ที่ว่าจะขึ้นมากและนานแค่ไหน แต่ละประเทศอาจต้องหาแหล่งน้ำมันใหม่ ไทยนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย ต้องใช้ช่องทางนี้ ส่วนดอกเบี้ยถ้าจำเป็นจริง ๆ เหลือ 1.00% ก็ยังใช้ได้ ปกติเวลาเกิดช็อกขึ้นมาก็ประมาณ 0.50% ก็ใช้ได้ และธปท. ก็ออกมาตรการอื่น ๆ เฉพาะจุดอีกทีก็ได้ " นายวิทัยกล่าว 
* พลังงาน สั่งตรึงดีเซล 7-10 วัน พร้อมเร่งหาน้ำมันจากแหล่งอื่น
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-85 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7% โดยกระทรวงพลังงานเตรียมแผนรับมือล่าสุดดังนี้ - ในระยะสั้น ได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซล ประมาณ 7–10 วัน เพื่อรอดูทิศทางสถานการณ์สงคราม โดยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท - การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเม.ย.นี้
- มาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ - ก๊าซหุงต้มหรือ LPG ขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ โดยจะใช้วิธีบริหารจัดการจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี รวมทั้งหาซื้อเพิ่มเติมจากแหล่งปิโตรนาส มาเลเซีย ส่วน LNG ที่ไทยต้องนำเข้าจากกาตาร์ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ แต่ได้เจรจาจัดหา Spot LNG จากรายอื่นเช่น อเมริกา รวมทั้งการพิจารณาเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงเพื่อลดผลกระทบ - ไฟฟ้า คาดว่าความต้องการไฟฟ้าสูงสุดหรือ Peak ช่วงปลายเม.ย. จะอยู่ที่ประมาณ 36,000 เมกะวัตต์ ได้ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพและเพียงพอ * ปตท. - บางจาก ประกาศตรึงราคาน้ำมันช่วงปชช. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้ประกาศคงราคาน้ำมันดีเซลและแก๊สโซฮอล์ ไว้ในระดับปัจจุบันเป็นระยะเวลา 15 วัน เพื่อร่วมบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่ประชาชน สอดรับกับทิศทางนโยบายพลังงานของรัฐบาล - ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ สนับสนุนและร่วมผลักดันนโยบายของรัฐบาลในการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นกลไกสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนให้กับประเทศ
- มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการในระยะสั้น บนความร่วมมือของ ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มที่ดำเนินธุรกิจสถานีบริการ โดย ปตท. ยืนยันว่า พื้นฐานทางธุรกิจของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักที่ ปตท. ยึดมั่นมาโดยตลอดในฐานะรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ออกเอกสารเผยแพร่ ว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง บริษัทประสานการทำงานกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินผลกระทบและดูแลเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ - บริษัทฯ จะคงราคาจำหน่ายน้ำมันในระดับปัจจุบันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ พร้อมบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลลูกค้าและสังคมท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน ทั้งนี้ การพิจารณาด้านราคาจะดำเนินการอย่างเหมาะสมตามภาวะต้นทุนและสถานการณ์ตลาด - บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและระบบขนส่งภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แม้สถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน

|