การขาดแคลนภาชนะบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่นเริ่มกระทบผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มอย่างชัดเจน หลังผลสำรวจของ Seidanren ระบุว่า 44% ของบริษัทที่ตอบแบบสอบถามได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแนฟทาแล้ว ขณะที่อีก 31% คาดว่าจะได้รับผลกระทบภายในสามเดือน สถานการณ์นี้ลุกลามไปถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ การส่งมอบภาชนะ และความเสี่ยงต่อการหยุดขายสินค้าบางรายการ
สหพันธ์อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคและสมาคมผู้บริโภค หรือ Seidanren เปิดเผยผลสำรวจเมื่อวันจันทร์ โดยมีสมาชิก 712 บริษัทและองค์กร รวมถึงผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มและผู้ดำเนินการร้านอาหาร การสำรวจนี้อนุญาตให้เลือกได้หลายข้อ และชี้ว่า 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามใช้วัสดุที่ได้จากแนฟทาสำหรับภาชนะหรือบรรจุภัณฑ์
ผลกระทบดังกล่าวเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้การนำเข้าน้ำมันปิโตรเคมีของญี่ปุ่นลดลงอย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์ปัจจุบันยังดำเนินต่อไป 25% ของบริษัทระบุว่าคาดว่าจะเกิด “ผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ” หรือ “ผลกระทบอย่างมากต่อประสิทธิภาพและการดำเนินงาน”
ราคาของวัสดุที่ใช้ในการบรรจุอาหารได้เพิ่มขึ้นตั้งแต่การปิดชั่วคราวของช่องแคบฮอร์มุซ โดยกลุ่ม Mitsubishi Chemical ได้รับการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% สำหรับฟิล์มบรรจุอาหาร Diamiron สำหรับการจัดส่งที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน ขณะที่ราคาฟิล์มสำหรับฉลากขวดพลาสติกก็จะเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่การจัดส่งในวันที่ 11 พฤษภาคม
บริษัทย่อย DIC ด้านกราฟิกได้ปรับขึ้นราคากว่า 30% สำหรับหมึกที่ใช้ในการบรรจุอาหารและเคลือบกระป๋อง ส่วน Artience ผู้ผลิตหมึกพิมพ์ชั้นนำได้เพิ่มราคามากกว่า 20% สำหรับหมึกที่ใช้ในการบรรจุอาหารและวัสดุที่ใช้ในโต๊ะที่มีความต้านทานน้ำ
แนวโน้มและประเด็นที่ต้องติดตาม
Seidanren ระบุว่าบางบริษัทกำลังสำรวจทางเลือกอื่นๆ เพื่อใช้แทนพลาสติก แต่โครงสร้างของอุตสาหกรรมที่มีบริษัทขนาดกลางเป็นหลักทำให้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทำได้ยาก จึงมีความกังวลว่าอาจเกิดการหยุดขายและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีการพิมพ์ออกมาได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
- การส่งมอบภาชนะและวัตถุดิบในต้นเดือนพฤษภาคมสำหรับผู้ผลิตอาหารรายกลาง
- การขึ้นราคาวัสดุบรรจุภัณฑ์ตามประกาศของ Mitsubishi Chemical, DIC และ Artience
- ความสามารถของบริษัทขนาดกลางในการปรับใช้ทางเลือกอื่นแทนพลาสติก
ประเด็นนี้สะท้อนแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารและบรรจุภัณฑ์ในญี่ปุ่น โดยเฉพาะธุรกิจที่พึ่งพา naphtha และพลาสติกจากน้ำมันดิบ ซึ่งอาจเผชิญทั้งความเสี่ยงด้านซัพพลาย ต้นทุน และมาร์จิ้นในช่วงต่อจากนี้
ที่มา Nikkei Asia