บล.เมย์แบงก์ ชี้หุ้นกลุ่มเทคฯปี 69 รับการลงทุนเอกชนฟื้นตัว - ความต้องการโครงการด้าน AI เพิ่มขึ้น สวนทางโครงการภาครัฐที่ชะลอลง พร้อมเลือก HUMAN และ BBIK เป็นหุ้นเด่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในบทวิเคราะห์ "Thailand Tech Services" ว่าแนวโน้มปี 69 การลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัว โครงการภาครัฐชะลอลง โดยยังคงมุมมอง “เท่าตลาด” ต่อกลุ่มการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เนื่องจากคาดว่าปี 69 จะมีปัจจัยบวกและปัจจัยลบถ่วงดุลกัน ปัจจัยบวกสำคัญของกลุ่ม คือการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน จากความไม่แน่นอนของสงครามการค้าที่ลดลง และความต้องการโครงการด้าน AI ที่เพิ่มขึ้น 
ขณะที่ปัจจัยลบคือการคาดการณ์ว่าโครงการภาครัฐจะลดลง และการเติบโตของ GDP ต่ำกว่า 2% (มุมมองของ Maybank คาด GDP โต 1.7%) *** คาดการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวในปี 69 คาดว่าการเติบโตของกำไรหลักกลุ่ม Tech Services จะชะลอลงจาก 12% ในปี 68 เป็น 1% ในปี 69 อย่างไรก็ดีหากไม่รวม SKY (ซึ่งพึ่งพาโครงการภาครัฐสูง) กำไรหลักของกลุ่มจะเร่งตัวจาก 2% ในปี 68 (เทียบกับ SKY ที่ +32%) เป็น 12% ในปี 69 (เทียบกับ SKY ที่ -15%) จากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน ปัจจัยขับเคลื่อนการลงทุนเอกชนในปี 69 ได้แก่ 1.ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าที่ลดลง (การลงทุนชะลอช่วง เม.ย.–ส.ค.68 จากการรอความชัดเจนด้านภาษี) และ 2.ความต้องการโครงการ AI ที่สูงขึ้น (ระบบอัตโนมัติของกระบวนการทำงานและการวิเคราะห์รูปแบบข้อมูล) *** รัฐบาลรักษาการมีแนวโน้มชะลอโครงการในครึ่งปีแรก คาดว่าการใช้จ่ายด้าน IT ของภาครัฐจะชะลอในครึ่งแรกปี 69 เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถผูกพันงบประมาณในโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนการยุบสภา ความล่าช้าของโครงการภาครัฐในไตรมาส 4/68 และแนวโน้มการประมูลที่อ่อนแอในครึ่งแรกปี 69 ทำให้เราปรับประมาณการกำไรหลักของ SKY ในปี 68/69 ลง 23%/16% ทั้งนี้ SKY มีสัดส่วนรายได้จากโครงการภาครัฐสูงที่สุด (>90% ของรายได้ปี 68) รองลงมาคือ BE8 (20%) และ BBIK (ราว 10%) ขณะที่ HUMAN และ NETBAY ไม่มีความเสี่ยงจากโครงการภาครัฐ HYPERLINK "https://mkefactsettd.maybank-ke.com/PDFS/504719.pdf" มุมมองของฝ่ายวิจัยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนก.พ.69 และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ในเดือนพ.ค.69 ซึ่งจะทำให้การลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 69 *** ชู HUMAN และ BBIK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม
หุ้นเด่นอันดับแรกคือ HUMAN (ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 10.30 บาท) จากปัจจัย 1.คาดกำไรหลักเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 11% ในช่วงปี 68– 70 ,2.รายได้ยังเติบโตแข็งแกร่ง (มากกว่า 70% ของรายได้ปี 68 เป็นรายได้ประจำและไม่มีโครงการภาครัฐ), 3.อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 69 ที่ 7.5% และ 4.มูลค่าหุ้นที่ถูก (P/E ปี 68–70 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยบริษัทคู่แข่งทั่วโลกมากกว่า 50%) ส่วนหุ้นเด่นอันดับสองคือ BBIK (ซื้อ ราคาเป้าหมาย 28.20 บาท) จากปัจจัย 1.คาดการเติบโตของกำไรหลักจะเร่งตัวจาก 10% ในปี 68 เป็น 14% ในปี 69, 2.ค่า P/E ปี 68 ที่ 8.2 เท่า (ต่ำสุดในกลุ่ม) และ3.โอกาสปรับประมาณการขึ้นจากดีล M&A และ JV นอกจากนี้คาดว่าทั้ง HUMAN และ BBIK จะรายงานกำไรหลักรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 4/68 
|