“เอกนิติ” ชี้วิกฤตรอบนี้กระทบปากท้อง-พลังงาน ระบุออก พ.ร.ก.กู้เงินจำเป็น

รูป “เอกนิติ” ชี้วิกฤตรอบนี้กระทบปากท้อง-พลังงาน ระบุออก พ.ร.ก.กู้เงินจำเป็น

efinAI



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 พ.ค. 69 14:07 น.

“เอกนิติ” ชี้วิกฤตใหม่ไม่ใช่ค่าเงิน แต่เป็นพลังงาน-ค่าครองชีพ เร่งออก พ.ร.ก.กู้เงิน เยียวยาปากท้อง-เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ คาดเงินเฟ้อบางช่วงอาจแตะ 4–5%

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ระบุว่า วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มีลักษณะแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน โดยไม่ใช่วิกฤตค่าเงินเหมือนปี 2540 แต่เป็นวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ที่กระทบต่อปากท้องประชาชนโดยตรง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ประเมินว่าเป็นวิกฤตในระดับโลก หลายประเทศรวมถึงสิงคโปร์ต่างเตรียมมาตรการรองรับ และไทยเองก็จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเช่นกัน

ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ Moody’s ให้ความเห็นเชิงบวกต่อไทย โดยเฉพาะเสถียรภาพด้านต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลจากบทเรียนวิกฤตปี 2540 ที่ทำให้ไทยสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจไว้ในระดับหนึ่ง

สำหรับการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินนั้น เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่สามารถกำหนดรายละเอียดโครงการล่วงหน้าได้ เนื่องจากต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ปัจจุบัน พ.ร.ก. ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และอยู่ระหว่างการเดินหน้าตามกระบวนการ

การดำเนินนโยบายครั้งนี้มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อควบคู่ทั้งการเยียวยาระยะสั้น และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อผู้ประกอบการ SMEs สภาพคล่องธุรกิจ และการจ้างงาน หากไม่เร่งดำเนินการ อาจทำให้เกิดปัญหาการเลิกจ้างและซ้ำเติมเศรษฐกิจ

ในด้านเงินเฟ้อ คาดว่าบางช่วงอาจปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 4–5% โดยเฉพาะต้นทุนด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นเกือบ 10% สะท้อนถึงวิกฤตค่าครองชีพ ขณะที่กระทรวงการคลังได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิดในการกำหนดนโยบาย โดยกรอบเงินเฟ้อเป้าหมายปัจจุบันยังอยู่ที่ไม่เกิน 3% อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทั้งปียังไม่เกินกรอบ เนื่องจากไตรมาสแรกยังอยู่ในระดับติดลบ

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการจัดทำระเบียบการกู้เงิน การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง และเปิดให้หน่วยงานเสนอ โครงการภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 2 ด้าน ได้แก่ การแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน การขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ

โดยจะยึดหลักการ 5T เพื่อให้โครงการมีความตรงเป้าหมาย เกิดผลเชิงโครงสร้างในระยะยาว และช่วยลดภาระประชาชนได้จริง โดยประกอบด้วย 1.มุ่งเป้า กำหนดกลุ่มเป้าหมายชัดเจน 2.เปลี่ยนผ่าน ลดความเปราะบางทางพลังงาน 3.พลิกโฉมปรับตัวสู่ยุคใหม่ 4.โปร่งใส ตรวจสอบได้ ติดตาม ตรวจสอบ รายงาน ผลการใช้จ่ายเงินกู้อย่างเป็นระบบ 5.ขับเคลื่อนร่วมกัน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

“ความโปร่งใส เป็นสิ่งสำคัญ โดยกำชับให้เกณฑ์การพิจารณาโครงการต้องเปิดเผย ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงภาคเอกชน เช่น คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพสูงสุด”นายเอกนิติ กล่าว


แท็กที่เกี่ยวข้อง

Reported by

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์

หัวหน้าข่าว สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย