ข่าวหุ้นไทย8 ม.ค. 2569 12:37 น.บล.บัวหลวง : Retail Sector คงน้ำหนักลงทุนกลุ่ม“เท่ากับตลาด” Top pick : CPNบล.บัวหลวง : Retail Sector คงน้ำหนักลงทุนกลุ่ม“เท่ากับตลาด” Top pick : CPNstar_borderModal Upgrade PackageModal Upgrade PackageefinAI รายงานพื้นฐานวันนี้ :Retail Sector.SSS ขาดปัจจัยหนุน เน้นเลือกเป็นรายตัว. คาดการณ์ (SSS) เดือน ธ.ค. 2025 หดตัวราว 5% (จากพ.ย.ที่ -4%) จากแรงส่งมาตรการรัฐที่แผ่วลง ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา รวมทั้งน้ำท่วมภาคใต้ ทั้งนี้ CPAXT (โดย makro) ยังดีที่สุด โต 1% จากออเดอร์ร้านโชห่วยและร้านอาหารรายย่อย ส่วน DOHOME อ่อนแอสุด (-13%) เพราะสาขาอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ (คิดเป็น 25% ของยอดขาย) . ภาพรวม SSS ใน 4Q25 อ่อนแอลงเป็น -4% (จาก -3% ใน 3Q25) โดยกลุ่มซ่อมแซมบ้าน (HD&C) ดูแย่สุดจากการเลื่อนซื้อของขนาดใหญ่ ขณะที่สินค้าจำเป็น (Grocery) และ CPN ดีกว่ากลุ่มจากแรงซื้อของจำเป็นและ traffic ห้างที่ยังพอประคองตัวได้ . แนวโน้ม 1Q26 ยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนชัด เพราะไม่มีมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่เหมือนปีก่อนและ sentiment ผู้บริโภคยังเปราะบาง กลยุทธ์ของผู้ประกอบการจึงยังเน้นคุมต้นทุน ปรับ mix ขยาย private label และใช้ประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงเพื่อพยุงกำไร มากกว่าการไล่ยอดขาย. Fundatmental view : เราคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มค้าปลีกเพียง “เท่ากับตลาด” เพราะยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น กลยุทธ์การลงทุนเน้น selective มากกว่าการเล่นรอบฟื้นตัว ในเวลานี้ เราชอบ CPN มากที่สุด จาก traffic แข็งแกร่ง, เปิดห้างใหม่ต่อเนื่อง, ธุรกิจอสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุด และปันผลราว 4% . ส่วน CPALL เป็นตัวรองลงมา จากกำไร 7-Eleven ที่ขับเคลื่อนด้วย GM เป็นหลัก (แทนที่จะพึ่งยอดขายเพียงอย่างเดียว) efinAI Editing byประน้อม บาร์เคอร์
รายงานพื้นฐานวันนี้ :Retail Sector.SSS ขาดปัจจัยหนุน เน้นเลือกเป็นรายตัว. คาดการณ์ (SSS) เดือน ธ.ค. 2025 หดตัวราว 5% (จากพ.ย.ที่ -4%) จากแรงส่งมาตรการรัฐที่แผ่วลง ความไม่สงบชายแดนไทย–กัมพูชา รวมทั้งน้ำท่วมภาคใต้ ทั้งนี้ CPAXT (โดย makro) ยังดีที่สุด โต 1% จากออเดอร์ร้านโชห่วยและร้านอาหารรายย่อย ส่วน DOHOME อ่อนแอสุด (-13%) เพราะสาขาอุบลราชธานี สุรินทร์ และบุรีรัมย์ (คิดเป็น 25% ของยอดขาย) . ภาพรวม SSS ใน 4Q25 อ่อนแอลงเป็น -4% (จาก -3% ใน 3Q25) โดยกลุ่มซ่อมแซมบ้าน (HD&C) ดูแย่สุดจากการเลื่อนซื้อของขนาดใหญ่ ขณะที่สินค้าจำเป็น (Grocery) และ CPN ดีกว่ากลุ่มจากแรงซื้อของจำเป็นและ traffic ห้างที่ยังพอประคองตัวได้ . แนวโน้ม 1Q26 ยังไม่เห็นจุดเปลี่ยนชัด เพราะไม่มีมาตรการกระตุ้นขนาดใหญ่เหมือนปีก่อนและ sentiment ผู้บริโภคยังเปราะบาง กลยุทธ์ของผู้ประกอบการจึงยังเน้นคุมต้นทุน ปรับ mix ขยาย private label และใช้ประโยชน์จากค่าไฟที่ลดลงเพื่อพยุงกำไร มากกว่าการไล่ยอดขาย. Fundatmental view : เราคงน้ำหนักลงทุนกลุ่มค้าปลีกเพียง “เท่ากับตลาด” เพราะยังขาดปัจจัยหนุนระยะสั้น กลยุทธ์การลงทุนเน้น selective มากกว่าการเล่นรอบฟื้นตัว ในเวลานี้ เราชอบ CPN มากที่สุด จาก traffic แข็งแกร่ง, เปิดห้างใหม่ต่อเนื่อง, ธุรกิจอสังหาฯ ผ่านจุดต่ำสุด และปันผลราว 4% . ส่วน CPALL เป็นตัวรองลงมา จากกำไร 7-Eleven ที่ขับเคลื่อนด้วย GM เป็นหลัก (แทนที่จะพึ่งยอดขายเพียงอย่างเดียว)