โบรกฯ คาดงบไตรมาส 4/68 ADVANC ประกาศกำไร ที่ 1.24-1.29 หมื่นล้านบาท จับตาแห่ปรับเพิ่มเป้ากำไรปี 69 แตะ 4.35-4.65 หมื่นล้านบาท หลังยอดผู้ใช้มือถือเพิ่มขึ้น และ ต้นทุนลดลง ให้ราคาเป้าหมาย 319 - 366 บาท บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ ADVANC จะประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/68 และ เป้าหมายทางการเงินปี 2569 อย่างเป็นทางการในวันที่ 3 ก.พ. 69 นี้ ด้านนักวิเคราะห์ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 เฉลี่ยอยู่ที่ 12,439-12,900 ล้านบาท และ ทั้งปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ 43,580-46,500 ล้านบาท โดยรายละเอียดสรุปเอาไว้ดังนี้ - จับตาตลาด อัพกำไรปี 68-70 หลังประกาศงบ Q4
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2568–2570 ขึ้นราว 3–11% เพื่อสะท้อนผู้ใช้บริการมือถือเติบโตมากขึ้น , ARPU ธุรกิจ FBB สูงขึ้น กับต้นทุนที่ลดลงทั้งในส่วนของค่าใช้จ่าย ด้าน SG&A และ โครงข่าย (network OPEX) นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มสมมติฐาน payout ratio ปี 2568–2569 ขึ้นเป็น 95% และ ปี 2570 ที่ 96% จากเดิม 91% เพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อว่าที่ผู้ถือหุ้นใหญ่มีท่าทีอยากได้เงินปันผลเพิ่มทั้ง Gulf Development (GULF) และ Singtel โดยพิจารณาจากการดึงกระแสเงินสดออกมาเพื่อนำไปใช้รองรับ CAPEX ขนาดใหญ่ช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ตลาดมองโมเมนตัมกำไร ADVANC ต่ำเกินไป และ มุ่งไปที่ guidance ปี 2569 ที่น่าจะเป็นแบบระมัดระวัง ซึ่งจะประกาศ 3 ก.พ. 69 แม้คาดว่า ฝ่ายบริหารอาจตั้งเป้ารายได้บริการหลัก และ EBITDA โตต่ำเพียง 2–4% แต่คาดว่าผลลัพธ์จะดีกว่านั้น โดยคาดว่ารายได้จะโต 4% และ EBITDA โต 3% จากศักยภาพในใช้กลยุทธธุรกิจมือถือ–FBB , การขายเพ็กเกจรวมคอนเทนต์ (content bundling) ที่ได้ผลเหนือคู่แข่ง , การขยายธุรกิจบริการ Cloud และ ศักยภาพในการลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโครงข่ายจากค่าไฟฟ้าที่ถูกลง และ สัดส่วน SG&A-to-sales ที่ลดลงต่ำกว่า 2.8% ตั้งแต่ไตรมาส 4/68 นอกจากนี้ คาดตลาดน่าจะทยอยปรับกำไรเพิ่มขึ้นตาม หลังการประกาศงบไตรมาส 4/68 แม้ว่า consensus จะปรับเพิ่มกำไรปี 2568–2569 ขึ้นไปแล้วราว 18–19% แต่เชื่อว่ายังไม่เพียงพอ เมื่อพิจารณาจาก catalysts ที่เหลืออยู่ที่น่าจะดันให้มีการ upgrade อีก โดยปัจจุบันประมาณการณ์กำไรใหม่ของฝ่ายวิจัยสูงกว่าตลาดอยู่ 5-9% ทั้งนี้ ในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ADVANC มีความโดดเด่นจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทน (yield gap) ที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของไทยและสหรัฐฯ ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (dividend yield) ยังคงอยู่ในระดับ >4.5–5% การรับรู้กระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง และ Payout Ratio ที่สูงขึ้น ตอกย้ำภาพการเป็นหุ้นปลอดภัย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนเงินทุน (capital rotation) เข้าสู่หุ้นกลุ่ม defensive อีกทั้ง ยังคงให้ ADVANC เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม ICT ช่วงไตรมาส 1/69 โดยยืนคำแนะนำ “ซื้อ” และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นที่ 366.00 บาท จากเดิม 335.00 บาท โดยมูลค่าที่พรีเมี่ยมของ ADVANC ยังสมเหตุสมผล จาก ROE ที่ทำได้ดีสุดในอุตสาหกรรมเดียวกัน แล ะมีเงินปันผลที่แข็งแกร่ง ขณะที่ฝ่ายวิจัยคงคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท (+39% YoY และ +7% QoQ) - บล.หยวนต้า ประเมินกำไร Q4/68 ที่ 1.24 หมื่นลบ. รับรายได้หลักโต - ต้นทุนลด
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 4/68 ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท (+3.7% QoQ , +34.3% YoY) โดยกำไรที่เติบโต QoQ และ YoY มาจากรายได้หลักเติบโตแข็งแกร่ง ในขณะที่ต้นทุนการดำเนินงานได้ต้นทุนคลื่นลดลงเต็มไตรมาส รายได้ Mobile service revenue ex. IC คาดที่ 4.4 หมื่นล้านบาท(+1.0%QoQ, +4.5%YoY) Netadds เป็นบวกทั้งในตลาด Prepaid และ Postpaid ขณะที่ ARPU ยังปรับเพิ่มขึ้น ภาพรวมตลาดได้โครงการคนละครึ่งหนุนให้กำลังซื้อดีขึ้น และ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าสู่ High Season ส่วนปัจจัยเฉพาะตัว ADVANC รับรู้ EPL เต็มไตรมาสในไตรมาส 4/68 เทียบกับไตรมาส 3/68 ที่เริ่มเปิดฤดูกาลเดือนส.ค.68 รายได้ Fixed broadband คาดที่ 8.3 พันล้านบาท(+1.4%QoQ +9.2%YoY) ผลกระทบของน้ำท่วมทำให้ต้องมีการส่งทีมไปแก้ไขโครงข่ายในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้ขายไม่ได้เต็มศักยภาพ ส่งผลให้ Netadds บวกไม่เด่นเท่าเดิม แต่ ARPU ปรับเพิ่มได้ต่อเนื่อง เพราะเน้นการขาย Package ที่ราคาสูงที่รวม Content ด้วย รายได้ Enterprise อยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (+5.3% QoQ, +5.0% YoY) เติบโตจากการเน้นทำตลาด Connectivity Data Center และ ตลาด Cloud ธุรกิจค้าปลีก คาดรายได้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท (+34.1% QoQ, +4.5% YoY) จากยอดขาย iPhone17 ที่ดี ขณะที่ GPM คาดที่5.8% เป็นระดับที่สูงกว่าเป้าหมายที่ 5.0% เป็นไตรมาสแรกในปีนี้ และ หนุนให้กำไรจากธุรกิจค้าปลีกไอทีในไตรมาส 4/68 คาดที่ 700 ล้านบาทอยู่ในระดับที่สูง ต้นทุนหลักคาดลดลงต่อเนื่อง ค่าเสื่อมราคาคาดที่ 1.42 หมื่นล้านบาท(-0.4%QoQ, -7.2%YoY) ต้นทุนค่าคลื่น 2100MHz ลดลงเต็มไตรมาสที่ราว 660 ล้านบาท Network Opex คาดลดลง-5.0% QoQ ,-17.1% YoYSG&A คาดที่ 7.1 พันล้านนาท(+14.9%QoQ,-10.8%YoY) ค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และ มีการตั้งโบนัสพนักงาน แต่SG&A ลดลง YoY จากไตรมาส 4/67 มีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ 1.0 พันล้านบาท ดอกเบี้ยจ่ายคาดที่ 1.9 พันล้านบาท(-3.7%QoQ, -13.7% YoY) การออกหุ้นกู้ 1.5 หมื่นล้านบาทในเดือนพ.ย.68 ที่อัตรา 2.18% เทียบกับค่าเฉลี่ยต้นทุนการเงินไตรมาส 3/68 ที่ 2.90% EBITDA คาดที่ 3.1 หมื่นล้านบาท(+1.3%QoQ , +9.5%YoY) คาดเงินปันผลครึ่งหลังปี 68 ที่ 7.82 บาทต่อหุ้นอิง Payout Ratio 95% 
- คาดปี 69 กำไรปกติเติบโต 14% YoY
หากกำไรออกมาตามคาด กำไรปกติทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ 4.6 หมื่นล้านบาท ดีกว่าประมาณการทั้งปี 2568 ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท (+28% YoY) ขณะที่แนวโน้มปี 2569 ปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 3% เป็นคาดกำไรปกติที่ 5.1 หมื่นล้านบาท (+14% YoY) และ คาดเงินปันผลปี 2569 ที่ 16.14 บาทต่อหุ้นอิง Payout Ratio ที่ 95% นอกจากนี้ ได้ปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ที่ 365.00 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 8.0% TG 1.0%) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาหุ้นปัจจุบันให้คาดการณ์เงินปันผลปี 2569 ที่ระดับ 5.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ 4.0% ขณะที่งบไตรมาส 4/68 เติบโตเด่นทั้ง QoQ และ YoY พร้อมเงินปันผลครึ่งหลังปี 68 คิดเป็น Yield เฉพาะครึ่งหลังที่ 2.5% - บล.กรุงศรี คาดกำไร Q4/68 ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.24 หมื่นลบ.
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรหลักจะเพิ่มขึ้นทั้ง yoy และ qoq ไปสู่ระดับสูงสุดรายไตรมาสอีกครั้ง(นับตั้งแต่ปี 2015) ที่ 1.24 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากทุกหน่วยธุรกิจ ตลอดจนการลดต้นทุนเพิ่มเติม ส่วนใหญ่มาจากการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่จากการประมูลครั้งล่าสุด สมมติฐานหลักสำหรับไตรมาส 4/68 ได้แก่ 1.รายได้หลักไม่รวม IC จะเพิ่มขึ้น yoy (+6.2%) และ qoq (+2.1%) ไปที่ 4.44 หมื่นล้านบาท การเติบโตของรายได้จะมาจากมือถือ และ FBB โดยทั้ง net add และ ARPU เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้จากองค์กรจะเติบโต yoy และ qoq จากโครงการที่เซ็นสัญญาเพิ่มขึ้น 2.ต้นทุนบริการสำหรับการดำเนินงานหลักจะลดลง 14.7% yoy และ 8.6% qoq ไปที่ 2.11 หมื่นล้านบาท จากการลดลงของค่าเช่าเครือข่ายจาก NT และค่าเสื่อมราคา 3.ค่าใช้จ่าย SG&A จะลดลง 12% yoy จากนโยบายควบคุมต้นทุน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 13% qoq จากผลกระทบตามฤดูกาล และ ฐานต่ำในไตรมาส 3/68 4.ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลง 11% yoy แล ะ1% qoq เนื่องจากบริษัทออกหุ้นกู้ใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเพื่อทดแทนหุ้นกู้เก่าที่มีต้นทุนสูงกว่าได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม หากกำไรไตรมาส 4/68 ออกมาตามคาด จะทำให้กำไรทั้งปี 2568 คิดเป็น 106% ของประมาณการของฝ่ายวิจัย แม้จะเห็นความเสี่ยงด้าน upside ต่อประมาณการกำไรในปี 2568 อยู่บ้าง แต่ยังไม่มากพอที่จะปรับประมาณการขึ้น จึงคงประมาณการกำไรปี 2568 ไว้ตามเดิม สำหรับแนวโน้มปี 2569 บริษัทระบุชัดเจนว่า แผน capex จะเพิ่มขึ้นจากช่วงสองปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการใช้งานดาต้าที่เติบโต โดยประมาณการคร่าว ๆ คาดว่า capex จะอยู่ที่ราว 3.3 หมื่นล้านบาทในปี 2569 เพิ่มจาก 2.6 หมื่นล้านบาทในปี 2568 ซึ่งจะทำให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นราว 1 พันล้านบาทต่อปี คิดเป็นเพียง 2% ของกำไรปี 2569 และ คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 360 บาท โดยคาดว่า DPS ในครึ่งหลังของปี 2568 จะอยู่ที่ 7.82 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 2.5% สำหรับระยะเวลาถือครอง 2 เดือน 
- บล.ฟินันเซีย ประเมินปี 69 จ่ายปันผล 4.7% ต่อปี
บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรไตรมาส 4/68 ที่ 1.29 หมื่นล้านบาท +7% q-q , +39% y-y หนุนจากทั้งรายได้รวมเติบโตแข็งแรงต่อเนื่อง และ การรับรู้ผลบวกการประมูลคืนใหม่เต็มไตรมาส บวกกับการคุมต้นทุนที่ดี โดยหากกำไรไตรมาส 4/68 เป็นไปตามที่คาด จะทำให้กำไรปี 2568 อยู่ที่ 4.65 หมื่นล้านบาท +33% y-y ส่วนปี 2569 consensus คาดโตต่อเนื่องอีก +4% y-y เป็น 4.84 หมื่นล้านบาท ส่วน Dividend Yield คาดจ่ายราว 4.7% ต่อปี - บล.ทิสโก้ คาดงบ Q1/69 ทรงตัว เหตุไร้มาตรการรับหนุน
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาดกำไรในไตรมาส 4/68 ที่ 1.28 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% QoQ และ 37.8% YoY เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยตามฤดูกาลที่สูง ในส่วนของรายได้ และ การประหยัดต้นทุนคลื่นความถี่เต็มไตรมาส (เมื่อเทียบกับสองเดือนในไตรมาส 3 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม) ในขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับปีก่อนคาดว่า รายได้จากบริการหลักจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโต อย่างไรก็ตาม คาดผลการดำเนินงานที่ทรงตัวในไตรมาส 1/69 ธุรกิจโทรศัพท์มือถือน่าจะยังคงเติบโตต่อไป โดยได้รับการสนับสนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวที่กำลังดำเนินอยู่ รายได้จาก FBB ก็ควรจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/69 อย่างไรก็ตาม ยอดขายโทรศัพท์มือถืออาจลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากโครงการใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาลอาจไม่มีให้บริการเหมือนปีที่แล้ว ต้นทุนน่าจะกลับสู่ระดับปกติจากช่วงที่มีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) สูงในไตรมาส 4 โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ ADVANC ซึ่งมีมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 319.00 บาท ตามการประเมินมูลค่าด้วยกระแสเงินสดคิดลด (DCF) 
|