สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 20 ม.ค. 69 | ชื่อโบรกเกอร์ | คำแนะนำ | | | บล.พาย | ซื้อเก็งกำไร | 27.4 | | บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล | ถือ | - | | บล.ยูโอบีเคย์เฮียน | ถือ | 21.5 | | บล.กรุงศรี | ถือ (Neutral) | 23.5 | | บล.ฟิลลิป | ทยอยซื้อ | 23.3 | | บล.ทรีนีตี้ | ซื้อ | 25 | | บล.หยวนต้า | ซื้อ | 25 | | บล.บัวหลวง | - | 24.6 | ปัจจัยบวก - คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดและจะฟื้นตัวใน 1Q69: มองว่าผลประกอบการงวด 4Q68 เป็นจุดต่ำสุดแล้ว (Bottom) และมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในไตรมาส 1/69 จากราคาสุกรในไทยและเวียดนามที่เริ่มกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงหนุนจากเทศกาลตรุษจีน (บล.พาย, บล.ซีจีเอสฯ, บล.หยวนต้า, บล.บัวหลวง) - การนำบริษัทย่อยเข้าตลาดหุ้น: มีแผนนำบริษัทย่อยที่เวียดนามเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะช่วยให้มีกระแสเงินสดเข้ามาลดภาระหนี้สินในอนาคตได้ (บล.พาย) - ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมดีขึ้น: คาดว่าจะได้รับส่วนแบ่งกำไรที่ดีขึ้นจากผลการดำเนินงานของ CPALL (บล.ซีจีเอสฯ, บล.ทรีนีตี้) - ราคาหุ้นมี Valuation ที่น่าสนใจ: ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายในระดับ P/E ที่ต่ำ (ราว 8 เท่า) และมี Upside จากราคาเป้าหมาย (บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า) - การส่งออกไก่เติบโต: แนวโน้มการส่งออกไก่ที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหนุน (บล.ซีจีเอสฯ) ปัจจัยลบ - ผลประกอบการ 4Q68 อ่อนแอ: คาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 จะลดลงแรงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ (หมู-ไก่) ปรับตัวลดลงในหลายประเทศ (ไทย, เวียดนาม, จีน) รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมและโรคระบาด (บล.พาย, บล.ซีจีเอสฯ, บล.กรุงศรี, บล.ฟิลลิป, บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า, บล.บัวหลวง) - ธุรกิจหมูในจีนยังกดดัน: ราคาสุกรในจีนยังคงอ่อนแอและฟื้นตัวช้า ซึ่งส่งผลให้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนต่อเนื่อง (บล.ยูโอบีฯ, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - ต้นทุนลดลงไม่ทันราคาขาย: แม้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์จะปรับตัวลง แต่ลดลงในอัตราที่น้อยกว่าราคาขายเนื้อสัตว์ที่ร่วงลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว (บล.ยูโอบีฯ, บล.กรุงศรี, บล.ทรีนีตี้) - ความเสี่ยงทางการเงิน: บริษัทมีภาระหนี้สินในระดับสูง และมีความอ่อนไหวต่ออัตรากำไร (บล.ซีจีเอสฯ) - การปรับลดประมาณการกำไร: โบรกเกอร์หลายแห่งปรับลดประมาณการกำไรปี 69-70 ลง เนื่องจากมองว่าการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์อาจช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ (บล.พาย, บล.กรุงศรี, บล.บัวหลวง) - ปัจจัยลบจากค่าเงิน: ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบเชิงลบต่อรายด้ายและกำไร (บล.ทรีนีตี้, บล.หยวนต้า) |