
ในโลกธุรกิจที่ไม่มีอะไรแน่นอน การปรับตัวคือหัวใจสำคัญ “กาแฟพันธุ์ไทย” (Punthai Coffee) จากการเป็นเพียง “ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน” สู่การเป็น Lifestyle Food & Beverage เต็มรูปแบบ
คุณอนันต์ รัตนมั่นคง Vice President of Food & Beverage Services Group บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด บริษัทย่อยในเครือ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้ถ่ายทอดถึงกลยุทธ์ใหม่ ที่เดินหน้าต่อยอดแบรนด์สู่ธุรกิจอาหารอย่างจริงจัง ผ่าน “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” เพื่อเพิ่มศักยภาพธุรกิจ Non-Oil ของ PTG ก่อนก้าวสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ
กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงและขยายพอร์ต Non-Oil

ในอดีต PTG มีรายได้จากธุรกิจน้ำมันมากกว่า 90% ของทั้งกลุ่ม แต่จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังโควิด-19 รวมถึงวิสัยทัศน์ในการกระจายความเสี่ยง ทำให้บริษัทเร่งขยายพอร์ต Non-Oil อย่างจริงจัง โดยมี “กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นหัวหอกสำคัญ
การเปิดตัว “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” จึงเป็นกลยุทธ์ Brand Extension ที่นำความแข็งแกร่งของแบรนด์กาแฟมาต่อยอดสู่ธุรกิจอาหาร เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ Food & Beverage แบบครบวงจร ภายใต้คอนเซปต์ “ครบจบในที่เดียว” ให้ลูกค้าสามารถรับประทานอาหารและดื่มกาแฟได้ในจุดเดียวกัน พร้อมเพิ่มความคุ้มค่าโดยเชื่อมสิทธิพิเศษ ด้วย Co-promotion ผ่านบัตรสมาชิก Max Card เพื่อสร้าง Brand Loyalty ขยายฐานลูกค้าใหม่ และกระตุ้นยอดขายทั้งสองแบรนด์ไปพร้อมกัน

จุดเริ่มต้นของไอเดียมาจากแนวคิด “กาแฟพันธุ์ไทยบนเรือ” บริเวณคลองรังสิต เพื่อสร้างคอนเซปต์ที่แตกต่างและเชื่อมโยงวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อนพัฒนาเป็นโมเดลธุรกิจที่ใช้แบรนด์กาแฟพันธุ์ไทยเป็นฐานในการขยายสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือ เสริมศักยภาพซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ
การเปิดตัว “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” ไม่ใช่แค่การขายอาหารเพิ่ม แต่คือการทำ Cross-Category Synergies เพื่อยกระดับจุดให้บริการเป็น One-Stop Destination
พร้อมการดึงองค์ความรู้ (Know-how) จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เพื่อเร่งการเติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Time-to-Market) และวางตำแหน่งสินค้าเป็น Mass Product ที่เข้าถึงง่าย (กรอบราคาเฉลี่ย 65-110 บาท) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีฐานลูกค้ากว้างและมีอัตราการซื้อซ้ำสูง
โรดแมป F&B สร้างการเติบโตก้าวกระโดด
“กาแฟพันธุ์ไทย” ยังเป็นกลยุทธ์หลักของธุรกิจ F&B ตั้งเป้าขยายสาขาแตะ 5,000 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ ภายในปี 2571–2572 จากปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 2,100 สาขา ครอบคลุมเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว โดยในช่วงถัดไป บริษัทฯ มีแผนเร่งขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 800-1,200 สาขา หรือคิดเป็นการเติบโตไม่น้อยกว่า 2 สาขาต่อวัน เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
ส่วนธุรกิจอาหาร ตั้งเป้าเปิด “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” ให้ได้ 50 สาขาใน 2569 แบ่งเป็นในสถานีบริการน้ำมัน 25 สาขา และสาขา Standalone นอกสถานีอีก 25 สาขา โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล และคาดว่าจะขยายสู่ 200 สาขาภายในปี 2570
โดยกลยุทธ์การเลือกทำเลจะให้ความสำคัญกับย่านธุรกิจ (CBD) ออฟฟิศและแหล่งที่อยู่อาศัย พร้อมวิเคราะห์ความหนาแน่นของประชากรอย่างเข้มข้น ซึ่งบางพื้นที่สามารถเปิดสาขาที่ห่างกันประมาณ 600–800 เมตร
ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ยังมองหาโอกาสขยายธุรกิจอาหารเพิ่มเติม โดยยังคงเน้นกลุ่ม Mass Product
“Creative Thai Taste” อัตลักษณ์ที่เป็นจุดแข็ง-แข่งขัน
ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ “พันธุ์ไทย” อยู่ที่การสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่ชัดเจน ซึ่งเริ่มต้นจากบทบาทของ “กาแฟในปั๊ม” ที่ไม่เพียงตอบโจทย์การเดินทาง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการเติมความสดชื่นให้กับผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ด้วยกาแฟและเครื่องดื่มต่างๆ เหมือนเป็นการชาร์จพลังก่อนออกเดินทางต่อไป พันธุ์ไทยจึงได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี ใช้เมล็ดกาแฟอะราบิก้า 100% ซึ่งมีต้นทุนสูง แต่ขายในราคาที่เข้าถึงง่าย มาให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าสาขาแรกเปิดให้บริการในสถานีบริการน้ำมัน PT ที่อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปี 2555 ใช้ชื่อว่า กาแฟพันธุ์ไทย
เรามี Brand DNA ที่สะท้อนตัวตนความเป็นไทยอย่างชัดเจน เป็นกาแฟสัญชาติไทย เป็นแบรนด์ของคนไทยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีมุมมองในแง่ดี บวกกับ ความสนุกสนาน จึงสะท้อนออกมาในรูปแบบ Brand Image ผลิตภัณฑ์ สินค้า และบริการ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบทบาทของแบรนด์ได้พัฒนาไปมากกว่านั้น โดยสัดส่วนสาขาที่ตั้งอยู่นอกสถานีบริการมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสาขาทั้งหมด สะท้อนการขยายตัวสู่การเป็นแบรนด์กาแฟที่อยู่ใกล้ผู้บริโภคในชีวิตประจำวันมากขึ้นอีกด้วย

ปัจจุบันแบรนด์ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ Product-Led ภายใต้คอนเซปต์ Creative Thai Taste เน้นการใช้อัตลักษณ์ไทยและวัตถุดิบท้องถิ่น เพื่อสร้างความแตกต่างและสนับสนุนเกษตรกรไทย โดยนำผลผลิตที่ถูกลืมหรือมีราคาตกต่ำมา สร้างมูลค่าเพิ่ม ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อออกมาเป็นเมนูพิเศษ เช่น ตาลโตนด ส้มมะปี๊ด น้ำตาลดอกมะพร้าวอัมพวา และมะม่วงหาวมะนาวโห่ ถือเป็นเมนู Signature สร้าง Margin ที่สูงขึ้นและสร้าง Storytelling ให้กับแบรนด์
เช่นเดียวกับ “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย” นอกจากความโดดเด่นของรสชาติเฉพาะแล้ว การนำวัตถุดิบเด่น ๆ ของแต่ละท้องถิ่น นำมาพัฒนาเป็นเมนูเฉพาะ เช่น เอ็นหมูหาดใหญ่ ขึ้นโต๊ะบริการลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเช่นกัน
ปูทาง กาแฟไทย สู่ตลาดโลก ผ่านแบรนด์ “ไทยริกาโน”
“ไทยริกาโน” กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่ “พันธุ์ไทย” ต้องการใช้วัตถุดิบจากประเทศไทย เพื่อผลักดันกาแฟไทยสู่ระดับโลก ซึ่งไม่ใช่แค่อเมริกาโน แต่คือกาแฟไทย 100% พร้อมวางเป้าหมายเป็น Café Destination ที่สะท้อนอัตลักษณ์กาแฟไทย และสามารถต่อยอดสู่การรับรู้ในระดับสากล
พันธุ์ไทยสนับสนุนการใช้ของไทย การใช้เมล็ดกาแฟไทย เพื่อให้เกษตรกรไทยอยู่ดีมีสุข เราจึงได้มีการส่งเสริมการปลูกกาแฟอาราบิก้าในพื้นที่ภาคเหนือโดยเริ่มจากเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน โดยมีเป้าหมายคาดการณ์ในการขยาย 30,000 ไร่ ภายใน 5 ปี (2568 – 2572) โดยจัดตั้งทีมส่งเสริมของเราเอง ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับชาวบ้านในพื้นที่ ประเมินพื้นที่ ประเมินความพร้อมของเกษตรกร จัดเตรียมต้นพันธุ์ ให้ความรู้เรื่องการเตรียมแปลงปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว จนไปถึงการแปรรูปเบื้องต้น เพื่อให้เกษตรกรได้มีผลผลิต มีรายได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ นักสร้างสรรค์กาแฟอนุรักษ์ท้องถิ่นทั้ง 9 แหล่ง สานต่อความตั้งใจในการดูแลผลผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต่อเนื่องสู่คอลเลคชัน “กาแฟดริปรักษ์โลกพันธุ์ไทย” จากนักสร้างสรรค์กาแฟทั้ง 10 ท่าน ที่ผ่าน ได้รับการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์จากที่มีจุดร่วมเดียวกันคือการสร้างคุณค่าให้กับผืนป่า ผ่านกระบวนการปลูก การคัดสรร การผลิตอย่างพิถีพิถัน จนได้รสชาติ และกลิ่นหอมที่แตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์
Fandom Marketing & พลังของ Community ดันยอดขาย
อีกหนึ่งกุญแจสำคัญคือกลยุทธ์ Fandom Marketing ผ่านพรีเซนเตอร์ “พี่จอง–คัลแลน” ที่ช่วยขยายฐานลูกค้า สู่กลุ่มคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 35 ปี ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิม (Same Store Sales Growth) เติบโตถึง 40-50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ควบคู่กับ Ecosystem ที่แข็งแกร่งจากฐานลูกค้าสมาชิก Max Card 25 ล้านสมาชิก ที่พร้อมต่อยอดสู่ทุกบริการในเครือ
ที่น่าสนใจคือ การเกิดขึ้น Community ของกลุ่ม “พันธุ์ไทยแฟนคลับ” ที่เป็นการรวมตัวกันเองของกลุ่มลูกค้า กว่า 800,000 คน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าแลกเปลี่ยนเมนู แหล่งกำเนิดของเมนู DIY ใหม่ๆ และช่วยโปรโมตแบรนด์ผ่านรีวิวและความผูกพันกับแบรนด์ โดยที่แบรนด์ไม่ต้องใช้ต้นทุนทางการตลาด เป็นการทำตลาดแบบ Zero Cost Marketing ที่สะท้อนถึง Brand Lover อย่างแท้จริง
Co-Learning Space และ Future Model รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
“พันธุ์ไทย” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าหลากหลายวัย หลากหลายช่วงเวลา โดยเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์ที่มองหาสถานที่ทำงาน หรือเจ้าของธุรกิจอิสระ นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นอกจากนี้ยังมีโครงการ “บาริสต้าน้อย” เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ทดลองเป็นบาริสต้าผ่านการปฏิบัติงานจริง สร้างแรงบันดาลใจให้ค้นพบความถนัด ความชอบ และเส้นทางอาชีพในอนาคต นำร่องที่โรงเรียนหอวัง เป็นที่แรก นอกจากนี้ยังมีการเปิด TU Co-Learning Space by PTG ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เป็นศูนย์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และพัฒนาทักษะสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

ความสำเร็จทางธุรกิจ ปูทางเข้าตลาดหุ้นในปี 2571
จากการสร้างฐานธุรกิจที่แข็งแรงทั้งในเชิงขนาด เครือข่าย และการรับรู้ของแบรนด์ “กาแฟพันธุ์ไทย” ได้ตั้งเป้าปูทางเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2571 ปัจจุบัน บริษัทฯ มีจำนวนสาขากว่า 2,100 สาขาทั่วประเทศ โดยมีการขยายสาขาในทำเลที่มีศักยภาพ มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการเชื่อมต่อกับ Ecosystem ของกลุ่ม PTG
การเติบโตของธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยดังกล่าว เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ของกลุ่ม PTG โดยตั้งเป้าขยาย Gross Profit Mix จากธุรกิจ Non-Oil สู่ระดับไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรขั้นต้นรวม
“ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการเติบโตที่ต่อเนื่อง เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการ IPO ตั้งเป้าปูทางเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2571 “
ปรัชญาการบริหาร “ทุกอย่างเป็นไปได้”
ผู้บริหารย้ำปรัชญาการทำงานว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้” และยึดถือคติว่า “เป้าหมายมีไว้ทำลาย” และเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ แม้จะเคยผ่านช่วงขาดทุนมาถึง 9 ปีในช่วงเริ่มต้น แต่ด้วยความมุ่งมั่นและทีมงานในการผลักดัน จนทำให้ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดด
“เมื่อเราได้โจทย์ที่ยาก ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายมากกว่า ดังนั้น ถ้าเราไม่ยอมแพ้ มองว่าไม่มีโจทย์ไหนที่ยาก ขอให้มองทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะเป้าหมายมีไว้ทำลาย”
“ทีมเวิร์ค” ถือเป็นคีย์สำคัญในการบริหารงานและคน การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้บริหารระดับกลางในการกำหนดกลยุทธ์ พร้อมทั้งคัดเลือกคนที่มีทัศนคติ ไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร
การสร้างความสุขในการทำงาน ซึ่งสะท้อนผ่านคะแนนความผูกพันของพนักงาน ที่สูงกว่า 90% ทุกปี แม้อยู่ภายใต้ความกดดันของการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแบบก้าวกระโดด
ทั้งหมดนี้ คือองค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของ “พันธุ์ไทย” สู่ 5,000 สาขา ทั่วประเทศ พร้อมผลักดันธุรกิจปูทางสู่เป้าหมายการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปี 2571

ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย